เอกฉันท์! สส. ซื้อข้าวกินเองหลังสงกรานต์

การเมือง ข่าว

 

เอกฉันท์! สส. ซื้อข้าวกินเองหลังสงกรานต์ “โสภณ” ถกทุกพรรค ปรับสวัสดิการ ขณะ “หมอวรงค์” ชงลดผู้ช่วย-ทบทวนบำนาญ

 

นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อหารือแนวทางจัดสวัสดิการอาหารและสิทธิประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยมีตัวแทนจากหลายพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง และภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง นายโสภณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติ “เอกฉันท์” ให้ สส. เป็นผู้รับผิดชอบค่าอาหารด้วยตนเอง โดยจะเริ่มมีผลหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไป ขณะที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะยังคงจัดสถานที่และอำนวยความสะดวกด้านอาหารให้เหมือนเดิม

การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสัญญาผู้ให้บริการอาหารรายเดิมสิ้นสุดลงจากการยุบสภาเมื่อปลายปี 2568 และยังไม่มีการจัดจ้างรายใหม่ แม้งบประมาณปี 2569 สำหรับค่าอาหารยังคงมีอยู่ โดยหากไม่มีการใช้งบดังกล่าว สามารถนำไปใช้ในภารกิจอื่นของสภาได้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องจำนวนผู้ช่วย สส. ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ไม่เกิน 8 คน โดยยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างกัน จึงเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสภา ภายหลังการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในวันที่ 23 เมษายน และจะมีการนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 28 เมษายน

ขณะเดียวกัน ยังมีการพูดถึงเงินกองทุนสำหรับอดีตสมาชิกรัฐสภา โดยที่ประชุมเห็นควรให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณารายละเอียดต่อไป

นายโสภณ ยังกล่าวถึงการปรับปรุงระเบียบภายในสภา เช่น การแต่งกายของสมาชิก โดยอนุญาตให้ไม่ต้องสวมสูทหรือผูกเนกไท แต่ต้องแต่งกายด้วยผ้าไทย รวมถึงการปรับรูปแบบการหารือในสภาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเสนอหารือเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า และการลดเวลาการอภิปรายในเรื่องที่ไม่จำเป็น

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับมติให้ สส.ซื้ออาหารเอง โดยยืนยันว่าการยกเลิกสัญญาจัดซื้ออาหารเดิมไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย และงบประมาณสามารถนำกลับคืนรัฐเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้

นพ.วรงค์ ยังเสนอให้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และสนับสนุนแนวคิดการลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน พร้อมเสนอให้มีการตั้งคณะศึกษาจากบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง เพื่อพิจารณาความเหมาะสม รวมถึงทบทวนประเด็นบำนาญของ สส. และ สว.

ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ระบุว่า ภาระงบประมาณด้านบำนาญมีแนวโน้มเพิ่มสูง โดยปัจจุบันมีผู้รับบำนาญกว่า 1,100 ราย ใช้งบประมาณมากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ขณะที่เงินสะสมจากสมาชิกยังไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อภาระภาษีของประชาชนในระยะยาว

การหารือครั้งนี้สะท้อนความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติในการปรับลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใสมากขึ้น

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่