นายกฯ ป้อง “พิพัฒน์” นั่ง ผอ.ศบก. ยืนยัน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน รับเป็นผู้ไม่อนุมัติลาออก เหตุจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ทำงานแก้ปัญหาประชาชน ชี้ ไทยยังไม่จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน แม้ราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่อง ย้ำช่วงสงกรานต์เป็นไปตามกลไกตลาด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการพลังงาน (ศบก.) ว่า นายพิพัฒน์ทำงานอย่างหนัก และยืนยันว่า ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผอ.ศบก. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตนเป็นผู้ไม่อนุมัติ เนื่องจากเห็นว่ายังจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจในระบบ มาช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยย้ำว่าภายใต้การตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย ไม่มีใครกล้าแสวงหาประโยชน์ส่วนตน และหากมีสิ่งผิดปกติยืนยันว่าจะทราบและไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์การให้บริการน้ำมันในประเทศขณะนี้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศรายงานสถานการณ์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่สะดุด พร้อมกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดสำคัญ (KPI) ของแต่ละจังหวัด
ในส่วนของโครงสร้างการทำงานใน ศบก. นายกรัฐมนตรี ระบุว่า แม้เดิมจะมีแนวคิดให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธาน แต่เนื่องจากโครงสร้างงานจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมร่วมอยู่ด้วย จึงมอบหมายให้นายพิพัฒน์ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยย้ำว่าการทำงานเป็นลักษณะทีมเวิร์ก และตนเข้าร่วมประชุมติดตามงานอย่างใกล้ชิด
ส่วนกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาแสดงความคิดเห็นวิจารณ์การบริหารสถานการณ์ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยกำลังคลี่คลายดีขึ้น โดยมีการประสานเครือข่ายบริษัทพลังงานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ปตท. เชลล์ และคาลเท็กซ์ ในการนำเข้าน้ำมันดิบและบริหารจัดการซัพพลายอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการจัดหาน้ำมันเข้าสู่ระบบ
ทั้งนี้ ปตท. ได้สั่งนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เพื่อเสริมปริมาณในระบบ และยังสามารถส่งต่อไปยัง สปป.ลาว ได้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอ หากใช้ไม่หมดก็สามารถเก็บสำรองไว้ได้
สำหรับความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมัน นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่ได้ส่งผลต่อสมาธิในการทำงาน แต่เข้าใจถึงความกังวลของประชาชน จึงต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการบริหารสถานการณ์อย่างรอบคอบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดีเซลอาจพุ่งสูงถึงลิตรละ 60 บาทในเดือนเมษายน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เป็นไปตามกลไกตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ารัฐบาลจะดูแลด้านปริมาณซัพพลายเป็นหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยประหยัดพลังงานและใช้พลังงานทางเลือก ขณะมาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงสงกรานต์ เช่น การลดราคาน้ำมัน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ราคายังคงเป็นไปตามกลไกตลาด
กรณีที่บางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะพยายามบริหารทั้งสถานการณ์และความรู้สึกของประชาชนให้ดีที่สุด พร้อมย้ำว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยยกตัวอย่างราคาน้ำมันในหลายประเทศที่อยู่ในระดับสูง เพื่อสะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้เผชิญสถานการณ์ผิดปกติแตกต่างจากนานาชาติ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews