“พีระพันธุ์” ชี้ช่องกม.คุมราคาน้ำมัน ย้ำพาณิชย์มีอำนาจเต็ม

การเมือง ข่าว

 

 

“พีระพันธุ์” ชี้ช่องกฎหมายคุมราคาน้ำมัน ย้ำพาณิชย์มีอำนาจเต็ม แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ฝ่าวิกฤต ติงยกคำพิพากษาเก่ามาอ้างใช้ไม่ได้

 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาแสดงความเห็นถึงแนวทางแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน โดยระบุว่า รัฐบาลยังมีเครื่องมือทางกฎหมายในการจัดการปัญหา
แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับอ้างข้อจำกัดว่า “ไม่มีอำนาจ” แทนที่จะหาทางดำเนินการช่วยเหลือประชาชน

 

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ในฐานะรัฐหรือรัฐบาล หากไม่มีอำนาจก็สามารถออกกฎหมายเพิ่มเติมได้ทันที เช่น การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือปรับแก้ระเบียบต่าง ๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้มีอำนาจควรมีความรู้เพียงพอในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ไม่ใช่อาศัยเพียงการรายงานหรือความเห็นของผู้อื่นโดยไม่วิเคราะห์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสนในการบริหารจัดการ ดังที่เกิดขึ้นกับสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ยังแสดงความกังวลว่าความล่าช้าในการตัดสินใจของภาครัฐ เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ที่ใช้เวลานานกว่าจะดำเนินการ อาจทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากขึ้น

 

ในประเด็นข้อกฎหมาย นายพีระพันธุ์ ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)มีอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในการเสนอให้คณะรัฐมนตรีกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็น “สินค้าควบคุม” และสามารถดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องได้ โดยไม่ติดขัดมติคณะรัฐมนตรีเดิมเมื่อปี 2534 หรือคำพิพากษาศาลปกครองที่ถูกนำมาอ้าง

 

ทั้งนี้ ชี้ว่าคำพิพากษาศาลปกครองมีผลผูกพันเฉพาะคู่กรณีในคดี และไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับทุกกรณีได้โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อข้อเท็จจริงในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต อีกทั้งมติคณะรัฐมนตรีปี 2534ที่ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมัน ได้สิ้นผลไปโดยปริยายแล้ว เนื่องจากมีมติ ครม.ในภายหลังที่ขัดหรือแย้งกัน รวมถึงการที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้กำหนดน้ำมันเป็นสินค้าควบคุมหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อปี 2568

 

นายพีระพันธุ์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า แม้ศาลปกครองจะเคยวินิจฉัยว่า กกร. ไม่มีอำนาจ “กำหนดราคา” น้ำมันโดยตรง แต่ยังคงมีอำนาจในด้านอื่นๆ ตามกฎหมายอีกหลายประการที่สามารถใช้ดูแลสถานการณ์ได้จึงตั้งคำถามว่าทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ใช้เครื่องมือเหล่านี้

 

นอกจากนี้ ยังเสนอว่าหากกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าติดข้อจำกัดจากมติ ครม. เดิม ก็สามารถเสนอให้ ครม. ยกเลิกมติดังกล่าวได้โดยตรง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการที่กระทรวงพาณิชย์ยังคงเสนอให้น้ำมันเป็นสินค้าควบคุมมาโดยตลอด สะท้อนว่าหน่วยงานเองก็ยอมรับว่ามีอำนาจในเรื่องนี้

 

ท้ายที่สุด นายพีระพันธุ์ เห็นว่าหากสถานการณ์รุนแรง รัฐบาลสามารถใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อเข้ามาจัดการสถานการณ์ได้โดยเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาควรมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้ความไม่ชัดเจนทางอำนาจกลายเป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่