รัฐบาล หนุนเยาวชนมีงานทำช่วงปิดเทอม สร้างรายได้–เพิ่มประสบการณ์ แนะค้นหาตำแหน่งงานผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ”
นส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน และนักศึกษา ซึ่งจะเป็นกำลังแรงงานที่มีคุณภาพในอนาคต โดยการส่งเสริมให้เยาวชนมีงานทำในช่วงปิดภาคเรียน อีกทั้งได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีรายได้ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว
นส.อัยรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาล โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานได้เดินหน้าส่งเสริมการจ้างงาน นักเรียน นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมการจัดหางานได้ร่วมมือกับสถานประกอบการในการส่งเสริมการจ้างงาน ส่งผลให้มี นักเรียน นักศึกษาได้รับการบรรจุงานแล้วกว่า 2,600 คน จากผู้ที่มาใช้บริการจัดหางานกว่า 3,000 คน ขณะเดียวกันยังได้เตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับทั่วประเทศกว่า 2,000 อัตรา ครอบคลุมหลากหลายสาขา
อาทิ พนักงานบริการลูกค้า พนักงานขายสินค้า (ประจำร้าน) เจ้าหน้าที่เก็บเงิน และพนักงานเสิร์ฟ โดยมีสถานประกอบการชั้นนำร่วมเปิดโอกาสในการจ้างงาน ได้แก่ บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัทซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
“สำหรับนักเรียนที่ทำงานในสถานประกอบการภาคเอกชน ในช่วงเปิดภาคเรียน วันเรียนปกติทำงานได้ไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมงในวันหยุด ขณะที่ช่วงปิดภาคเรียนสามารถทำงานได้ไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมง และรวมไม่เกินสัปดาห์ละ 36 ชั่วโมง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าชั่วโมงละ 40 บาท ทั้งนี้ งานที่นักเรียน นักศึกษา สามารถทำได้ต้องเป็นงานที่มีความปลอดภัย ไม่เสี่ยงอันตราย และไม่อยู่ในสถานที่ต้องห้าม
นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจสมัครงานสามารถค้นหาตำแหน่งงานได้ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ทางเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ.doe.go.th” หรือแอปพลิเคชัน “ไทยมีงานทำ” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) โทร. 0 2248 2891-5″ นส.อัยรินทร์ กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews