ผ่านมาแล้ว 1 เดือน สำหรับปฏิบัติการ “เอปิค ฟูรี” สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่อิหร่าน ส่งผลให้ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด และครอบครัว รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามเสียชีวิตทันที ทำลายฐานปล่อยขีปนาวุธ และโรงงานนิวเคลียร์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆอีกจำนวนมาก แต่อิหร่านก็ยังไม่แพ้ และสามารถตอบโต้กลับได้อย่างดุเดือด ทำเอาตะวันออกกลางสั่นสะเทือน อิสราเอลเป็นเป้าหมายหลัก ส่วนเพื่อนบ้านโดยรอบที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ล้วนเป็นตำบลกระสุนตก ขณะเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการปิดช่องแคบฮอร์มุช ธุรกิจพลังงานปั่นป่วนไปหมด จน”โดนัลด์ ทรัมป์”ผู้นำสหรัฐฯแทบนั่งไม่ติด และต้องมาหาทางลง ส่งสัญญาณถอย และเจรจา แต่อิหร่านไม่เล่นด้วย อาจทำให้ศึกนี้ยืดเยื้อต่อไปแบบไม่มีวันสิ้นสุด ผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ
หลายประเทศพยายามสอดมือเข้ามาเป็นโซ่ข้อกลางเพื่อทำให้ศึกตะวันออกกลางคลี่คลาย เพราะทุกประเทศล้วนต้องแบกรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากราคาน้ำมัน และก๊าซ ประเทศไทยเองก็เช่นกัน ภายใต้การนำของ”นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล”แม้จะอยู่ไกลกันหลายพันกิโลเมตร แต่ก็ได้รับผลกระทบแทบจะทุกมิติ ในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย ซึ่งมีจำนวนมากในตะวันออกกลาง ยืนยันเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นแรงงานที่ทำงานในอิสราเอล และต้องมีการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงอีกจำนวนมาก อีกทั้งเรือขนส่งสินค้าถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ เสียหาย 1 ลำ ลูกเรือ 20 คน หนีรอด ทางการโอมานช่วยไว้ได้ ส่วนอีก 3 คน ยังไม่รู้ชะตากรรม
ไทยผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ น่าจะหนักที่สุด นอกจากเรือสินค้าโดนยิงแล้ว ยังต้องเสียรายได้จากภาคท่องเที่ยวไปอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ระดับเศรษฐีน้ำมัน เพราะน่านฟ้าบิด ไม่สามารถเดินทางได้ มีการคาดการณ์กันว่าอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวไปถึง 3 ล้านคน รายได้กว่า 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่ภาคส่งออก ก็ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุช ทำให้เกิดความล่าช้า และเสียโอกาสไปบ้างแล้ว
แม้ล่าสุด “รัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” จะเจรจาให้เรือไทยผ่านได้แล้วก็ตาม ต้องรอดูว่าภาคส่งออกจะฟื้นหรือไม่ คร่าวๆคาดว่าส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางจะลดลง 48% ส่วนสินค้าอื่นๆ ยังต้องรอประเมินอีกที นอกจากนี้ ในภาคอุตสาหกรรม ก็ได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเม็ดพลาสติด และเคมีภัณฑ์ บางชนิด ตลอดจนในภาคเกษตร ก็ได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะราคาปุ๋ย ซึ่งก่อนหน้านี้คนในรัฐบาลยืนยันมีสต๊อกแค่ประมาณเดือนพฤษภาคมเท่านั้น
ที่หนักสุดๆ และรัฐบาลของ”นายกฯหนู” ยังพายเรือวนอยู่ในอ่างแก้ไขอะไรไม่ได้เลย คือเรื่องน้ำมัน ที่พยายามอุ้มราคาไว้ 15 วัน แต่พบหน้าปั๊มขาดแคลนจำนวนมาก ได้เห็นภาพประชาชน เข้าคิวรอเติมน้ำมันแถวยาวเป็นกิโล แทบจะทุกจังหวัด แม้จะเลิกอุ้ม ปรับขึ้นราคาแล้วก็ยังช่วยไม่ได้ ภาพความขาดแคลน เสียงโวยวายต่อว่ารัฐบาลบริหารน้ำมันล้มเหลวยังมีอยู่ จนล่าสุดขึ้นราคากลางดึก ทีเดียวลิตรละ 6 บาท ในทุกชนิดของน้ำมันที่บ้านเราใช้กันอยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาความขาดแคลน สามารถดึงน้ำมันออกมาจากคลัง ที่คนเห็นแก่ตัวกักตุนไว้ทำกำไรได้มากน้อยแค่ไหน แต่ผลกระทบอื่นก็จะตามมาเป็นโดมิโน่ จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าการขนส่ง และบริการ การเดินทางต่างๆ ก็จะแพงตาม ลามไปถึงสินค้าทุกชนิด ก็จะต้องขึ้นราคา เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เรียกได้ว่า ประชาชนคนไทยทุกหย่อมหญ้า ต่างเดือดร้อน ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางไปพร้อมๆกัน อย่างเท่าเทียมกัน
ต้องมารอลุ้นกันว่า จากผลของสงครามตะวันออกกลาง ที่ประชาชนคนไทย ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุครึ่งทวีป แต่ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสแบบไม่รู้ตัว “รัฐบาลนายกฯหนู” ที่พูดแล้วทำ พูดจริงไม่ตรึงราคา ปล่อยลอยตัวน้ำมัน จนเดือดร้อนอย่างหนัก จะงัดแจกคนละครึ่ง มาช่วยตอนไหน หรือจะมี จะมีมาตรการอะไรที่ใหม่กว่า และโดดเด่นกว่านี้ ออกมาชดเชยช่วยเหลือประชาชน และต่อลมหายใจภาคธุรกิจ ที่กำลังจะตายเพราะพิษทางอ้อมของสงครามตะวันออกกลาง…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews