พาณิชย์ รอทำประชาพิจารณ์ 7-15 วัน สรุป 7 รายการสินค้าควบคุม ก่อนชง ครม.ไฟเขียว เล็งคุม “เม็ดพลาสติก-น้ำดื่มบรรจุขวด-ซอสปรุงรส”
นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้า ประจำวันของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าฯและพาณิชย์จังหวัด เพื่อติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการช่วยโอกาสขึ้นราคาเกินควร และการกักตุนสินค้า
ซึ่งดำเนินการตรวจสอบต่อเนื่องทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 26 มีนาคม โดยได้รับเรื่องร้องเรียน 410 คำร้อง ตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบกว่า 200 คำร้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีการร้องเรียนเรื่องจำหน่ายราคาเกินควร 44 คำร้อง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกให้นำเอกสารต้นทุนมาวิเคราะห์แล้ว หากพบว่าจำหน่ายราคาสูงเกินจริงจะดำเนินดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด
น.ส.กนิษฐา กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงทั่วโลกทำให้ราคาสินค้าต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างเร็วนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงข่าว การช่วยลดค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจซึ่งมาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งเกษตรกร ผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงผู้บริโภคเพื่อให้อยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
สำหรับมาตรการแรก “โครงการไทยช่วยไทย” ในการลดภาระของชีพ แก่ผู้ค้าโมเดิร์นเทรด ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ โดยจะคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในการซื้อประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ อาทิ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ ซึ่งจะลดราคาสูงสุดถึง 50% ส่วนสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำปลา อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะลดสูงสุดถึง 25% ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำหรับสินค้าราคาประหยัด
นอกจากนี้โครงการดังกล่าว จะช่วยผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการรายย่อย เช่น โชห่วยให้รับสินค้าราคาไม่แพงไปขายด้วย มาตรการที่สอง “ธงฟ้าราคาประหยัด” เพื่อลดค่าครอฃชีพให้กับประชาชน ที่กระทรวงทำมาต่อเนื่องแต่คราวนี้จะขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศและลงไปในระดับจังหวัดอำเภอมากขึ้นรวมถึงจะเพิ่มความถี่ในการจัดโครงการ ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร จะมีโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ซึ่งจะช่วยเรื่องค่าปุ๋ย
น.ส.กนิษฐา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการเพิ่มสินค้าควบคุมและบริการช่วงเวลาช่วงนี้ โดยปรับแผนจากเดิม 59 รายการเป็น 66 รายการ โดยมีการเสนอสินค้าควบคุมใหม่ โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ส่วนรายการเพิ่มเติมจากนี้ต้องรอการทำบัตรประชาพิจารณ์ ประมาณ 7-15 วัน จากนั้นก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
และกลุ่มที่จะต้องขออนุญาตขึ้นราคา เราจะเพิ่ม เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผ้าอนามัย สบู่ น้ำปลาแบบขวดทั้งนี้หากพบกันจำหน่ายสินค้าไม่เคยทำสามารถแจ้งสายด่วนของกระทรวงฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews