“สว.นรเศรษฐ์”ยอมรับ ยังหาคำตอบน้ำมันหายไปไหนไม่ได้

การเมือง ข่าว
“สว.นรเศรษฐ์”ยอมรับ ยังหาคำตอบน้ำมันหายไปไหนไม่ได้ หลังเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องพลังงานหารือ ระบุ เตรียมทำหนังสือสอบถามเพิ่มเติมหาข้อมูลโรงกลั่นกักตุนจริงหรือไม่ ขอรัฐบาลเปิดข้อมูล เพื่อความโปร่งใส ปรับโครงสร้างพลังงานใหม่เพื่อความมั่นคง

 

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงผลการประชุมเพื่อสอบหาข้อเท็จจริง “น้ำมันล่องหนและข้อเสนอแนะการกำกับควบคุม ผลกระทบต่อผู้บริโภค“ ภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานเข้าให้ข้อมูลว่าได้รับข้อมูลเพียงบางส่วน เพราะหลายอย่างยังไม่ได้รับการเปิดเผย เช่น กรมธุรกิจพลังงาน ที่ให้ข้อมูลว่า ปัญหาการขาดแคลนที่เกิดขึ้น มาจากคอขวดด้านพลังงาน อีกทั้งยังพบประชาชนมีพฤติกรรมกักตุน ที่เกิดจากภาวะสงคราม ทั้งนี้ หลายสถานีบริการน้ำมันให้ข้อมูลตรงกันว่า ได้รับการจัดสรรปริมาณน้ำมันน้อยลง จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า โรงกลั่นชะลอการกลั่นน้ำมันเพื่อกักตุนหรือไม่

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และ 10 รายงานสต๊อกต่อกรมธุรกิจพลังงาน เรื่องนี้กรมธุรกิจพลังงานแจ้งว่า ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจริง และไม่พบความผิดปกติ แต่ไม่ทราบสต๊อกก่อนตรวจสอบเป็นอย่างไร ดังนั้น กรรมาธิการ จึงได้ทำหนังสือสอบถามรายละเอียด เพื่อหาคำตอบดังกล่าวว่า โรงกลั่นกักตุนน้ำมันหลังตกเป็นจำเลยสังคมจริงหรือไม่

ขณะที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ชี้แจงว่า ขณะนี้ต้นทุน LNG ในตลาดโล่งเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า คาดว่าจะปรับเพิ่มราคาเอฟที 5-6 สตางค์ต่อหน่วย ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม จึงต้องรอสอบถามรัฐบาลว่า จะมีการตรึงในส่วนนี้อย่างไรต่อไป

นายนรเศรษฐ์ ยอมรับว่า 5 ชั่วโมง ที่กรรมาธิการหารือกับหน่วยงานต่างๆ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าน้ำมันอยู่ที่ไหน เพราะหน่วยงานรัฐยังไม่เปิดเผย แล้วถ้าจะขอเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเพื่อความโปร่งใส และให้ประชาชนช่วยตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการ ได้มีข้อเสนอแนะ เพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานของประเทศว่า จะต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อและผลักดันให้เปิดแผนรายได้และต้นทุนอุตสาหกรรมสกัดอย่างโปร่งใส ใช้กฎหมายดึงกำไรส่วนเกิน ที่เกิดจากภาวะไม่ปกติ ในสต๊อกน้ำมันก่อนหน้านี้ เข้าสู่กองทุนน้ำมัน ควรยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ เพราะตัวเลขดังกล่าวมีค่าขนส่งทิพย์ เนื่องจากโรงกลั่นสามารถปั่นได้เองในประเทศ เร่งรัดการติดตามข้อมูลปริมาณน้ำมันแบบเรียวไทม์ ปรับเปลี่ยนการอุดหนุนราคาน้ำมันทั่วไป เป็นเฉพาะเจาะจง เช่นกลุ่มเปราะบาง ให้มีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ แทนการใช้กองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง หลังที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามการถูกใช้ในทางการเมือง รวมทั้ง ปรับโครงสร้างไฟฟ้า ให้เกิดการแข่งขันของผู้ผลิต แทนสัญญาระยะยาวที่ผูกมัดนานหลายปี

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews