ดันกำลังผลิตน้ำมันขึ้น 9%-ส่งออกลาวเมียนมาเท่านั้น

การเมือง ข่าว

 

 

สภาพัฒน์ “ปตท.- บางจาก” ดันกำลังผลิตน้ำมันขึ้น 9% ขายดีเซลเพิ่ม 35% คาดใช้เวลา 1-2 วันกระจายน้ำมันสำรอง ยันส่งออกน้ำมันไปลาวและเมียนมาเท่านั้น ไม่ถึงประเทศที่ 3 ยอมรับอาจต้องซื้อไฟฟ้าพลังน้ำมากขึ้นเพื่อลดราคาเฉลี่ยของค่าไฟฟ้าในประเทศ

 

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสัมคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการ ศบก. แถลงว่า เช้าวันนี้ (24 มี.ค.) ตนได้สอบถามข้อมูลจากทางบริษัท ปตท. และบริษัทบางจาก ซึ่งเป็น 2 รายที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง ขณะนี้กำลังการกลั่นน้ำมันในเครือ ปตท. และบางจาก ทั้งคู่มีการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 9% และทาง ปตท.มีการกลั่นน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

 

ที่ผ่านมาการจำหน่ายน้ำมันของทั้ง 2 บริษัทก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบริษัทพีทีที โออาร์ ซึ่งมีการจำหน่ายน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติประมาณ 25% เฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติประมาณ 35% โดยที่ประชุม ศบก.เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ได้เน้นย้ำว่า จะต้องมีการกระจายน้ำมันไปให้กับทางผู้ค้าส่ง หรือ จ๊อบเบอร์มากขึ้น จะทำให้ตัวภาคอุตสาหกรรมจะได้ไม่ต้องมาเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการ จะได้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับให้บริการได้ในลักษณะเดิมก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น

 

นายดนุชา กล่าวว่า ขณะนี้ทางกลุ่มโรงกลั่น ไม่ว่าจะเป็นทางบริษัทไทยออยล์ จีซี ไออาร์พีซี และบางจาก ก็มีการส่งน้ำมันออกไปให้ทางจ๊อบเบอร์มากขึ้นแล้ว หลังจากภาครัฐผ่อนคลายน้ำมันสำรอง ทำให้สามารถส่งน้ำมันไปให้จ๊อบเบอร์และปั๊มน้ำมันต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าโควตาที่ได้มาแต่เดิม ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 วันในการที่จะกระจายน้ำมันออกไป ขณะเดียวกัน ณ วันนี้ เราคงต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบยังมีอยู่

 

นายดนุชา กล่าวว่า ในส่วนความก้าวของแดชบอร์ด (dashboard) ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่ปริมาณน้ำมันของโรงกลั่น ไปถึงคลังน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมันรายย่อย ทั้งในส่วนของจ๊อบเบอร์และสถานีบริการ น่าจะเปิดให้สามารถติดตามได้ประมาณเย็นวันนี้ หรือวันที่ 25 มี.ค. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ และเร่งดึงข้อมูลของผู้ค้ามาตรา 7 เข้ามา จะทำให้ประชาชนเห็นข้อมูลทั้งหมด

 

หากมีอะไรคลาดเคลื่อนจะสามารถแจ้งเข้ามาได้ เป็นการช่วยกำกับในแง่ของปริมาณ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่กำลังวิตกกันในเรื่องของการกักตุน และยืนยันว่า จะมีการตรวจสถานีบริการน้ำมันทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุน

 

เลขานุการ ศบก. กล่าวถึงกรณีที่การพูดถึงการส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และถึงขั้นส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ว่า ที่ผ่านมาเราจำกัดการส่งน้ำมันออกนอกประเทศนี้อยู่แค่ 2 ประเทศ คือ สปป.ลาว และเมียนมา และขณะนี้จำกัดอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน เป็นของ สปป.ลาว 4 ล้านกว่าลิตรต่อวัน และเมียนมาประมาณ 3 แสนลิตรต่อวัน เหตุผลที่ต้องส่งไป สปป.ลาว เพราะเรามีความผูกพันในแง่ของเรื่องพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ ที่ต้องใช้จากเขาอยู่

ซึ่งในช่วงถัดไปถ้าเราดูราคาก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีในตลาดโลกขยับตัวเพิ่มขึ้น การให้บริการไฟฟ้าในประเทศอาจจะต้องปรับตัวในรูปแบ[ Energy Mix จะมีสัดส่วนของการผลิตจากไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ พลังน้ำ และถ่านหิน ซึ่งมีแนวโน้มที่อาจจะต้องมีการสั่งไฟฟ้าจากพลังน้ำมากขึ้น เพื่อทำให้ราคาค่าเฉลี่ยไฟฟ้าของเราในช่วงที่ราคาแก๊สพุ่งสูงขึ้นอาจสามารถลดลงได้ แต่ยืนยันไม่มีวิ่งไปที่ประเทศที่สามแน่นอน เพราะปริมาณที่ สปป.ลาวใช้ก็จำกัดอยู่แล้ว ส่วนที่เมียนมา ที่เราส่งไปนั้น เพราะต้องไปใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก๊าซเหล่านั้นนี่จะถูกส่งเข้ามาที่โรงไฟฟ้าราชบุรี เพื่อที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับภาคกลางและภาคใต้ จึงจำเป็นต้องส่งออกไป

 

เลขานุการ ศบก. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงมีความไม่แน่นอน รัฐบาลได้ทำในทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ คือ การผ่อนคลายเรื่องของน้ำมันสำรอง เพื่อให้มีน้ำมันวิ่งเข้าไปในสถานีน้ำมัน แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนลดการตื่นตระหนกลง และช่วยกันประหยัดน้ำมัน เพราะกำลังการผลิตน้ำมันของเราจากโรงกลั่นทั้งหมดที่มีอยู่ 5 โรง อยู่ที่ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน ขยายการผลิตได้เต็มที่จริงๆ ก็อยู่ไม่เกิน 10% จากนี้ ดังนั้น การประหยัดน้ำมันในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติจึงต้องขอความร่วมมือประชาชนในการที่จะประหยัดพลังงาน

 

เมื่อถามว่า ในเรื่องเพดานต้องมีฉากทัศน์หรือไม่ว่า ถ้าถึงราคาระดับไหนต้องมีเพดานไว้ นายดนุชา กล่าวว่าเราต้องดูราคาตลาดโลกด้วย เพราะขณะนี้ราคาตลาดโลกผันผวนสูงมาก ราคาน้ำมันสำเร็จรูปดีเซลที่สิงคโปร์ ณ วันนี้ ประมาณ 200 กว่าเหรียญ ช่วงสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ขึ้นสูงสุดที่ประมาณ 135 เหรียญ ซึ่งหลายประเทศต้องมาบริหารจัดการเรื่องราคาในลักษณะคล้ายกัน

 

อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงาน ต้องเรียนตามตรงว่า แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะยุติลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ราคาน้ำมันจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพราะโครงสร้างพื้นฐานในพลังงานในกลุ่มประเทศอาหรับมีผลกระทบจากการสู้รบ ฉะนั้น การที่จะฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้กลับขึ้นมาอยู่ในกำลังผลิตเดิมต้องใช้เวลา

เมื่อถามถึงเรื่องการกู้เงิน นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องการกู้เงินขณะนี้ยังเป็นเรื่องของการเตรียมการ เพราะทางรัฐบาลมีการก่อหนี้ของทางภาครัฐ คงต้องรอรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศได้อย่างเต็มที่ก่อน ผ่านกระบวนการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน แต่เรียนว่า กองทุนน้ำมันมีหน้าที่ทำการดูแลความสมดุลของราคา พยายามปรับไม่ให้เกิดความผันผวนมากจนเกินไปเกี่ยวกับราคาพลังงานในประเทศ ส่วนจะทำได้ถึงขนาดไหนอย่างไร ต้องดูหลายส่วน
แต่ยืนยันว่า ตอนนี้ยังสามารถช่วยอยู่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ความสามารถดังกล่าวมันจะอยู่ได้สักขนาดไหน หลายๆ ประเทศเองอย่างมาเลเซียที่อุดหนุนราคาน้ำมันมาตลอด ตอนนี้ก็ไม่ได้อุดหนุน ราคาน้ำมันของมาเลเซียก็แพงกว่าไทย เป็นครั้งแรกตั้งแต่ตนเกิดมาที่ได้เห็นภาพนี้ ปกติราคาน้ำมันมาเลเซียถูกกว่าไทยตลอด หลายๆ ประเทศจะมีมาตรการเข้ามา ทั้งการประหยัดพลังงานเพื่อลดผลกระทบ และมาตรช่วยเหลือให้กับกลุ่มต่างๆ ตอนนี้เรากำลังเตรียมกันอยู่และคงต้องดูว่า เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศอย่างสมบูรณ์แล้วจะเร่งมาตรการเหล่านี้ออกมา อย่าเพิ่งถามว่า มีอะไรบ้าง ขอเก็บไว้ก่อน ตอนนี้ยังพูดคุยกันอยู่ เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่า วันนี้มีปั๊ม ปตท.บางแห่งยังขึ้นว่า ดีเซลหมด หากน้ำมันเพียงพอเหตุใดยังขาดอยู่ นายดนุชา กล่าวว่า นายดนุชา กล่าวว่า น้ำมันดิบที่เข้าประเทศไทยในช่วง 20 กว่าวันที่ผ่านมา เข้ามาประมาณ 3.4 พันกว่าล้านลิตร ปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอใช้ในประเทศ สิ่งที่ขาดคือ เรื่องการขนส่ง แม้จะสามารถให้วิ่งได้ 24 ชม.แล้วก็ตาม  ยืนยัน กำลังการกลั่นของดีเซล ในกลุ่ม ปตท. ปรับกำลังการกลั่นมา 9% น้ำมันมี แต่ขนส่งอาจจะไม่รวดเร็วทันใจ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews