“อภิสิทธิ์” เสนอ 2 มาตรการเร่งด่วน แก้วิกฤตน้ำมัน

การเมือง ข่าว
“อภิสิทธิ์” เสนอ 2 มาตรการเร่งด่วน แก้วิกฤตน้ำมัน จี้รัฐงดภาษีสรรพสามิต–ให้โรงกลั่นสมทบ 3 บาท/ลิตร ชี้ยื้อสถานการณ์พ้นสงกรานต์ ติงสื่อสารผิดจังหวะทำตลาดปั่นป่วน

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ 2 แนวทางเร่งด่วนให้รัฐบาลใช้รับมือวิกฤตน้ำมันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ได้แก่ การงดจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราวและให้ภาคโรงกลั่นร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตรา 3 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน พร้อมเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยประคองสถานการณ์ไปได้อย่างน้อยจนพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ แม้ต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามเป็นสิ่งที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด แต่สิ่งที่รัฐต้องทำคือ “บริหารความคาดหวัง”และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวได้ โดยเฉพาะกรณีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ผ่านมา ซึ่งการกำหนดกรอบเวลาชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด กลับกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมกักตุน ทั้งฝั่งผู้บริโภคที่เร่งเติมน้ำมัน และผู้ค้าที่ยังไม่เร่งปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด เพราะคาดว่าราคาจะปรับขึ้น

 

 

ดังนั้น “บทเรียนสำคัญ” ของรัฐบาล เพราะการส่งสัญญาณเช่นนี้เป็นชนวนให้เกิดความโกลาหลในตลาดพลังงาน และยังส่งผลให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างตามมา เช่น ส่วนต่างของราคาน้ำมันระหว่างหน้าปั๊มกับภาคอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนหันมาแย่งซื้อน้ำมันจากช่องทางเดียวกับประชาชน

ในส่วนข้อเสนอหลักของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า ภาระต้นทุนพลังงานไม่ควรตกอยู่กับประชาชนเพียงฝ่ายเดียว โดยเสนอให้ “3 ฝ่ายร่วมรับภาระ” ได้แก่ รัฐ ภาคเอกชน และประชาชนซึ่งในส่วนของรัฐ ควรพิจารณางดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว จากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ประมาณ 6 บาทต่อลิตร เพื่อลดต้นทุนโดยตรง

ขณะที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะโรงกลั่น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นจากประมาณ 2 บาท เป็นราว 6 บาทต่อลิตร ควรมีส่วนร่วมแบ่งเบาภาระ โดยเสนอให้สมทบเงิน 3 บาทต่อลิตรเข้ากองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี และสเปน เคยนำมาใช้ในลักษณะ “ภาษีลาภลอย” ในช่วงวิกฤตพลังงาน

ขณะที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะโรงกลั่น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นจากประมาณ 2 บาท เป็นราว 6 บาทต่อลิตร ควรมีส่วนร่วมแบ่งเบาภาระ โดยเสนอให้สมทบเงิน 3 บาทต่อลิตรเข้ากองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี และสเปน เคยนำมาใช้ในลักษณะ “ภาษีลาภลอย” ในช่วงวิกฤตพลังงาน

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า หากดำเนินการตามแนวทางนี้ จะช่วยเสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันต้องแบกรับภาระอุดหนุนในระดับสูง และลดความจำเป็นในการกู้เงินในอนาคตพร้อมทำให้การบริหารราคาพลังงานมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

 

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลสื่อสารโครงสร้างราคาน้ำมันให้ประชาชนเข้าใจอย่างโปร่งใส และหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่สร้างแรงจูงใจผิดเพี้ยนในตลาด พร้อมเตรียมรับมือผลกระทบลูกโซ่ในระยะถัดไป ทั้งการขาดแคลนเม็ดพลาสติก และปุ๋ย ซึ่งจะกระทบต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรม

ส่วนการผลักดันข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาล อภิสิทธิ์ ระบุว่า อยู่ระหว่างรอความชัดเจนหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี หากมีการเปิดประชุมตามปกติ พรรคพร้อมใช้กลไกสภาฯในการเสนอแนวทางและเปิดให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออก

“ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ การให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแบกรับภาระ จะช่วยให้ประเทศผ่านสถานการณ์ได้อย่างมีเสถียรภาพ และไม่ผลักต้นทุนไปสู่ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว“

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews