“ศุภจี” ย้ำสินค้าอุปโภค-บริโภค ทุกชนิดไม่ควรปรับราคาขึ้น เหตุน้ำมันขยับน้อย เตรียมปล่อยของถูกทั่วประเทศ ขณะ ปุ๋ย-เม็ดพลาสติก ยังมีพออีก 4 เดือน ย้ำประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสพร้อมหลักฐาน พบผิดพร้อมจับทันที
นางศุภจี สุธรรมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานที่อาจสร้างความกังวลต่อประชาชนและผู้ประกอบการหลายภาคส่วน ว่า ขณะนี้ภาครัฐยังสามารถควบคุมราคาพลังงานไม่ให้สูงกว่าปีที่ผ่านมาได้
ส่งผลให้ผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่หลักในการดูแลด้านราคาและผลกระทบ โดยจะพิจารณาควบคู่กันทั้งฝั่งผู้ประกอบการและประชาชน

ในด้านค่าครองชีพ ปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลที่สินค้าจะต้องปรับราคาขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันยังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสินค้าควบคุมที่ห้ามปรับราคาโดยไม่ได้รับอนุญาตมีทั้งหมด 8 หมวด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี และยาปราบศัตรูพืช ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอปรับราคา หากประชาชนพบการปรับราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569
ส่วนสินค้าอีกหมวด เช่น ผงซักฟอก และน้ำยาล้างจาน ก็ยังไม่มีการขอปรับราคาเช่นกัน ขณะที่สินค้าบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีควบคุม เช่น ข้าวสาร และผงปรุงรส จะมีการติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดและหากพบการปรับขึ้น จะเข้าไปเจรจากับผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือในการตรึงราคา
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังมีมาตรการเชิงรุก โดยใช้กลไกในการพิจารณาว่าสินค้าประเภทใดควรถูกเพิ่มเข้าในบัญชีสินค้าควบคุม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
ขณะเดียวกัน ได้มีการหารือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อจัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายผ่านผู้ค้าปลีก-ส่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ซึ่งโครงการดังกล่าวเตรียมประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
ในส่วนของการลดต้นทุน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรอย่างปุ๋ย ล่าสุดพบว่ายังมีสต๊อกเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม และมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมอยู่ระหว่างขนส่งถึงเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้ต้องประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเร่งนำเข้าสินค้าที่ค้างอยู่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า ปุ๋ยยังเป็นสินค้าควบคุม จึงไม่สามารถปรับราคาได้ และหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ หากราคาน้ำมันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์เตรียมใช้ “โครงการธงเขียว” เพื่อช่วยลดต้นทุนปุ๋ย โดยตั้งเป้าลดราคาลงได้ถึงกระสอบละประมาณ 200 บาท พร้อมทั้งปรับสูตรปุ๋ย เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า รวมถึงเตรียมหาแหล่งนำเข้าใหม่จากประเทศ เช่น มาเลเซีย และบรูไน
สำหรับกรณีเม็ดพลาสติกที่มีความกังวลว่าจะขาดแคลนในเดือนเมษายน กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้ประกอบการและได้รับข้อมูลว่าสามารถจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมได้แล้ว ทำให้สามารถผลิตต่อเนื่องได้อีกประมาณ 4 เดือน พร้อมกันนี้ยังเร่งหาแหล่งนำเข้าทดแทนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบการขายสินค้าเกินราคาที่ติดป้ายไว้ จะต้องมีหลักฐานการซื้อขายที่ชัดเจน เนื่องจากการดำเนินคดีจำเป็นต้องใช้หลักฐานประกอบ แต่หากพบว่ามีการขายเกินราคาจริง หน่วยงานสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews