นายกฯ ประชุม ศบก.ถกปัญหาน้ำมันขาดแคลน เหตุ ภาคอุตสาหกรรมแย่งประชาชน ซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม เพราะราคาถูกกว่า 11 บาท จากรัฐบาลตรึงราคา “เอกนิติ” ยัน น้ำมันยังเหลือเยอะ แค่ยังไม่ได้กลั่น ย้ำ ต้องสื่อสาร ปชช. เปรียบเหมืนตู้ ATM ขาดตรงไหนก็ไปเติม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ภายหลัง มาตรการตรึงราคาพลังงานครบกำหนด 15 วัน
โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอลาการประชุม เนื่องจากเตรียมโทรคุยกับทูตอิหร่าน ประสานเรื่องสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางในช่วงบ่ายวันนี้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานศูนย์ ศบก. ได้เข้าประชุมออนไลน์ สะท้อนปัญหาน้ำมันขาดในบางสถานีบริการน้ำมัน เพราะภาคอุตสาหกรรมเข้าไปแย่งเติมน้ำมันกับประชาชนในสถานีบริการ

เนื่องจากกลัวว่าในภาคอุตสาหกรรมจะไม่มีน้ำมันใช้ ถ้าเป็นไปได้ขอให้บริษัทที่ขายตรง ช่วยประกาศว่า ใครที่ซื้อผ่านผู้ค้าส่ง (Jobber) ขอให้มาซื้อได้ตามปกติ ส่วนเรื่องราคาให้ไปเจรจากันเอง
ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการฟังข้อสังเกตจากนายพิพัฒน์ จริง ๆ เติมหน้าปั๊มคนเคยใช้ยังไงก็ใช้อย่างนั้น
ยิ่งน้ำมันแพงขึ้นมากทำให้ประชาชนตื่นตัว ปัญหาใหญ่ขณะนี้คือราคาขายส่ง โดยเฉพาะระบบขนส่งโลจิสติกส์ ที่มีความเรื่องมากต่างจากเอารถไปเติมที่ปั๊ม และราคาถูกกว่ากันเยอะ

ส่วนนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีรถหลายร้อยคัน ปกติไปซื้อกับผู้ค้าส่งน้ำมัน และไปตั้งฮับหรือศูนย์กระจายที่บริษัท แต่เนื่องจากรัฐบาลมากำหนดราคาหน้าปั๊มถูกกว่าราคาของผู้ค้าส่ง คือถูกกว่าการลิตรละ 11 บาท
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเอารถไปรอคิวที่สถานีบริการ ทำให้เป็นประเด็นไปแย่งน้ำมันกับรายย่อย โดยขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหา รัฐบาลจะต้องมาพิจารณาราคาว่าจะทำอย่างไรรวมถึงในส่วนของเรือในประเทศ โดยเฉพาะเรือขนน้ำมันในภาคใต้ทั้งหมด ที่ต้องซื้อน้ำมันแพงกว่าราคาหน้าปั๊ม จะทำให้ค่าครองชีพสินค้าต่าง ๆ ในภาคใต้ ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปจะเพิ่มขึ้น
ขณะที่นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ตัวน้ำมันดิบมีแน่นอน ที่จะคงพลังงาน 90 วัน น้ำมันดิบมีสบาย ๆ เอามากลั่นแล้วออกมาหน้าปั๊มยังเหลืออีกเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เรื่องการบริหารจัดการขนส่ง การทำหน้าปั๊มให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าน้ำมันเพียงพอ ตามที่เลขาธิการสภาพัฒน์รายงาน
ซึ่งเปรียบเสมือนตู้ ATM ที่ยังมีเงินอีกเยอะ ดังนั้นการบริหาร จัดการต้องให้ประชาชนรู้ว่า น้ำมันยังมีอีกเยอะ ความต้องการผู้ค้าต่าง ๆ ยืนยันน้ำมันยังเหลือเยอะ จึงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการด้านขนส่ง
ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องสื่อสารกับประชาชน เพียงพอที่หน้าปั๊ม 1 น้ำมันเพียงพอที่หน้าปั๊ม 2 ต้องบริหารจัดการเรื่องการขนส่ง เพราะวันนี้นอกจากประชาชนมาเติมหน้าปั๊มแล้ว ยังมีภาคอุตสาหกรรม ซึ่งปกติบริหารจัดการไม่ให้ มาใช้บริการที่หน้าปั๊ม เมื่อไปใช้บริการหน้าปั๊มก็ทำให้ความ ต้องการหน้าปั๊มเยอะมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกว่าน้ำมันจะหมด
อันนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ ขอย้ำว่าเป็นเรื่องของการสื่อสารกับประชาชน เพราะคู่ค้าน้ำมันยืนยัน น้ำมันพอเพียงและต้อง ในเรื่องของการบริหารขนส่งโลจิสติกส์ จะต้องบอกว่าน้ำมันตรงไหนใกล้ขาด และต้องบริหารไปเติมเหมือนกับ ตู้ ATM ถ้าขาดเงิน ก็ต้องเอาเงินมากองให้เห็นเพื่อบอกให้รู้ว่ามีเงินเพียงพอ จะต้องหาทางจัดการไม่ให้มาแย่งภาคประชาชน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews