เพื่อไทย เปิดแผนดันกม.47 ฉบับ ขับเคลื่อนประเทศสู่ศก.มูลค่าสูง

การเมือง ข่าว
เพื่อไทย เปิดแผนดันกฎหมาย 47 ฉบับ ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านกลไกนิติบัญญัติ เตรียมผลักดันทันที 16 ฉบับหลังเปิดสภา

 

พรรคเพื่อไทยประกาศเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวม 47 ฉบับ ผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยมีร่างกฎหมายอย่างน้อย 16 ฉบับที่มีความพร้อมสามารถผลักดันได้ทันทีหลังเปิดประชุมสภา

โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคในสภาสมัยประชุมนี้ โดยยืนยันว่าพรรคจะใช้กลไกนิติบัญญัติเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน

เริ่มจาก นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการทำงานทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่าน สส.ของพรรคทั้ง 74 คน เพื่อผลักดันนโยบายที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายสำคัญในการพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง พร้อมใช้กฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องวางรากฐานสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง การสร้างความเชื่อมั่นผ่านหลักนิติรัฐและกฎหมายที่เป็นธรรม และการเสริมสร้างความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

 

 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้จัดกลุ่มร่างกฎหมายที่เตรียมผลักดันออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มกฎหมายด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 12 ฉบับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษากับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และตลาดแรงงาน รวมถึงกฎหมายด้านทรัพยากรและการจัดการภัยพิบัติ กลุ่มกฎหมายเพื่อสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นจำนวน 9 ฉบับ เช่น การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนของครอบครองปรปักษ์ รวมถึงกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมและแรงงานบริการ

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มกฎหมายด้านความปลอดภัยและความมั่นคงจำนวน 6 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกลุ่มกฎหมายสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูงจำนวน 20 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม พระราชบัญญัติ THACCA รวมถึงกฎหมายด้านอาหารและยา เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสมัยใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายจุลพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากร่างกฎหมายทั้งหมด มีอย่างน้อย 16 ฉบับที่มีความพร้อมสามารถนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาได้ทันที เพื่อให้สภาเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้แถลงถึงยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคในการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ผ่านการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคเรียกว่า “พ.ร.บ.ทุนมนุษย์” โดยมองว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดในการยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

 

 

นายยศชนัน ระบุว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง โดยไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบการเรียนการสอน แต่ต้องวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว

สำหรับแนวทางสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว พรรคเพื่อไทยเสนอการปฏิรูปผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ การยกระดับการผลิตและพัฒนาครู โดยดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา พร้อมปรับระบบประเมินครูให้สะท้อนศักยภาพจริงและลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน การปรับระบบการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยพัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคต พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียนเพื่อดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับระบบ “เรียนฟรีต้องฟรีจริง” ด้วยการจัดสรรงบประมาณการศึกษาอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะกับโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดภาระผู้ปกครอง และป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงการกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศให้เชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน ผ่านกลไกสำคัญ เช่น การจัดตั้ง “บอร์ดผลิตภาพแห่งชาติ” เพื่อเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ และการจัดตั้ง “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” เพื่อให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตสำหรับการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ส่วนนายประเสริฐ กล่าวสรุปว่า การผลักดันกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคในสภาชุดนี้ ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยกฎหมายทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของพรรคที่ต้องการเห็นประเทศไทยที่ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีระบบรัฐที่โปร่งใสตรวจสอบได้

 

 

 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสังคมในการผลักดันกฎหมาย โดยจะเดินหน้าสร้างเครือข่ายและเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่าพรรคยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อนำเสียงสะท้อนของประชาชนเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ และผลักดันให้ข้อเรียกร้องของประชาชนกลายเป็นกฎหมายและนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews