น้ำมันขาดแคลน ผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งอีสานเดือดร้อนหนัก

ภูมิภาค ข่าว
ผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าอีสานเดือดร้อนหนัก สงครามตะวันออกกกลางทำน้ำมันขาดแคลน ทำต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงพุ่ง รอการสนับสนุนที่ชัดเจนจากภาครัฐ

 

นายกิตติศักดิ์ ประเทืองชัยศรี นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถบรรทุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่า ตอนนี้ ผู้ประกอบการเดือดร้อนมากจากปัญหาน้ำมันขาดแคลนและราคาสูง ซึ่งรถที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน มีประมาณ 60,000 กว่าคัน ยังไม่รวมรถนอกสมาคมฯ ที่คาดว่า ได้รับผลกระทบแล้วเช่นกันอีกหลักแสนคัน

 

 

โดยรถขนส่งส่วนมากจะเป็นรถ 10 ล้อ รถ 10 ล้อพ่วง รถเทรลเลอร์ แบ่งการขนส่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบต่างกัน ได้แก่ 1.กลุ่มรถขนส่งสินค้าเกษตร จำพวกอ้อย มันสำปะหลัง น้ำตาล ข้าวโพด เป็นต้น จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากปริมาณงานน้อยลง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและน้ำมันขาดแคลน 2.กลุ่มรถขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มนี้ยังพอประคองตัวไปได้ แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ปริมาณงานยังไม่ตก โดยเฉพาะรายใหญ่ที่ดิวกับบริษัทใหญ่ๆ และ 3.กลุ่มสินค้าเบ็ดเตล็ดและโชห่วย จะประสบปัญหาด้านต้นทุนพลังงานและค่าแรง ขณะที่ค่าจ้างขนส่งยังเท่าเดิม และยังมีปัญหาแหล่งเงินทุนซึ่งผู้ประกอบการรายย่อย (SME) เข้าถึงแหล่งเงินทุนยากขึ้น เนื่องจากมีภาระหนี้สินจากการผ่อนรถหรือประวัติเครดิตที่ไม่ดี

นอกจากนี้ จะมีกลุ่มรถอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับภาคเกษตร หากภาคเกษตรไม่ดี งานก่อสร้างจะลดลงตามไปด้วย ยกเว้นกลุ่มที่รับงานภาครัฐ จะเป็นขนส่งของบริษัทรายใหญ่ ยังคงอยู่ได้และมีปัญหาน้อยกว่า ส่วนกลุ่มรถขนส่ง 4 ล้อ และรถตู้ทึบ ที่เป็นการขนส่งแพลตฟอร์มใหม่และจะมีทุนต่างชาติเมาเกี่ยว ตรงนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาการแย่งงานที่เข้ามาทำธุรกิจขนส่ง เช่น แพลตฟอร์ม Delivery ต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการรายเดิมต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อให้สู้กับเทคโนโลยีและความรวดเร็วของคู่แข่งได้ ทางผู้ประกอบการจึงอยากเรียกร้องให้รัฐช่วยสนับสนุนด้านต้นทุนและกำกับดูแล เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อต้องสู้กับทุนต่างชาติที่มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และภาคเกษตร ที่ต้องกำลังเผชิญกับภาวะงานน้อยลง แต่ต้นทุนแพงขึ้น สามารถประคองกิจการต่อไปได้

 

 

ทั้งนี้ โครงสร้างต้นทุนการขนส่ง จะมีค่าพลังงาน (น้ำมัน) เป็นต้นทุนหลักที่สูงถึง 40-70% ของค่าขนส่ง นอกจากนี้ จะมีค่าแรงงาน อยู่ที่ประมาณ 12-15% และต้นทุนอื่นๆ ได้แก่ ค่าเสื่อมสภาพเครื่องจักร, อุปกรณ์ และค่าบริหารจัดการ เป็นต้น ซึ่งปัญหาที่ผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย (SME) กำลังเผชิญจะเป็นเรื่องของกำไรที่บางลงจากการแข่งขัน เพราะมีการตัดราคาค่าขนส่ง เช่น จาก 400 บาท เหลือ 300 บาท ทำให้กำไรเหลือน้อยมาก จนบางรายขาดทุนโดยไม่รู้ตัว และยังมีเรื่องระบบบัญชีที่ขาดเข้มแข็ง เพราะรายย่อยมักคำนวณต้นทุนไม่ถี่ถ้วน รู้ตัวอีกทีตอนถึงรอบซ่อมบำรุงใหญ่ (Maintenance) หรือเปลี่ยนยางแล้วไม่มีเงินจ่าย

รวมทั้ง ปัญหาหนี้สินอื่นๆ ที่หลายรายทำงานทุกวันแต่เงินไม่พอผ่อนรถ จนสุดท้ายต้องคืนรถและเลิกกิจการไป ซึ่งกรณีนี้ อยากเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อเป็นทางออกให้กับผู้ประกอบการ โดยเสนอให้มีหน่วยงานกลางเข้ามาดูแลและกำหนด “ราคากลาง” สำหรับสินค้าแต่ละประเภท เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรับงาน เพราะราคากลางจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการเหลือเงินสำหรับบริหารจัดการอย่างน้อย 20% หลังจากหักต้นทุนหน้างานแล้ว และผู้ประกอบการรายย่อย ควรมีการรวมกลุ่มกันเพื่อให้มีอำนาจต่อรองและเข้าถึงข้อมูลต้นทุนที่แท้จริง

 

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องของราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสวิงอยู่นี้ จะมีความแตกต่างของราคาขายปลีกน้ำมันระหว่าง “หน้าปั๊ม” กับ “คลังน้ำมัน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มขนส่งและเกษตรกรอย่างมาก ซึ่งปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ทางสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน เชื่อว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นแน่นอนจากสภาวะสงคราม และตอนนี้กำลังยื่นเรื่องผ่านสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอให้ภาครัฐเข้ามาพิจารณาปรับราคากลางให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ภายใต้หลักการ “แพงก็แพงเหมือนกัน” เพื่อให้ราคาหน้าคลังและหน้าปั๊มมีความสอดคล้องกัน ป้องกันปัญหาน้ำมันขาดแคลนและระบบขนส่งชะงัก โดยคาดว่า หลังวันที่ 18 มีนาคมนี้ จะมีความชัดเจนจากภาครัฐมากขึ้น เรื่องต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงว่า จะช่วยหรือสนับสนุนอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นคงต่อธุรกิจขนส่งสินค้า

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews