นายกฯ รับทราบ เหตุเรือสินค้าไทย ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ -“พิพัฒน์”ยันลูกเรือทุกคนปลอดภัยยังไม่ชัดโดนโจมตี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตี ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยยืนยันว่า ลูกเรือทุกคนปลอดภัย
ทั้งนี้ จากรายงานเบื้องต้นระบุว่า เรือสินค้าได้เทียบท่าอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และได้รับแจ้งจากเจ้าของท่าเรือให้ถอนสมอออกจากท่าเรือประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดบริเวณห้องเครื่องของเรือ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าเหตุระเบิดดังกล่าวเกิดจากการถูกยิงโจมตี หรือเกิดจากทุ่นระเบิด เนื่องจากข้อมูลด้านการข่าวยังไม่ชัดเจน โดยหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือเป็นกองกำลังทหารที่ลาดตระเวนอยู่ในบริเวณดังกล่าว
เมื่อถามถึงมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับเรือสินค้าไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในน่านน้ำของยูเออี ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสู้รบโดยตรง อย่างไรก็ตาม ตนจะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศในที่ประชุม ศบก. และจะมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดย ศบก.จะเป็นผู้แถลงรายละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.)
เมื่อถามต่อว่า หลังจากนี้ต้องกำชับมาตรการความปลอดภัยสำหรับเรือสินค้าไทยที่เดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว หากเรือของไทยอยู่ในเขตยูเออี ก็ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการสู้รบ เพราะยูเออีถือเป็นประเทศที่วางตัวเป็นกลาง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์โจมตีคลังน้ำมันในยูเออีจากกลุ่มก่อเหตุแบบพลีชีพ จึงจำเป็นต้องหารือกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างละเอียดในที่ประชุม
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปได้อยู่แล้ว ส่วนเรือลำที่เกิดเหตุเป็นเรือที่เข้าไปเทียบท่าในยูเออีแล้ว จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าอาจยังขนถ่ายสินค้าไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรือที่ยังไม่ได้บรรทุกสินค้า หรือเป็นเรือที่ขนถ่ายสินค้าเสร็จแล้ว
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีการช่วยเหลือคนไทยจากเหตุการณ์เรือสินค้าถูกยิงแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมดขอให้รอฟังจากการประชุม ศบก. ขณะที่นายอนุทินได้ทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วเช่นกัน
เมื่อถามว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของลูกเรือไทย
ส่วนกรณีที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะติดลบมากขึ้น และอาจต้องพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป โดยได้มอบหมายให้ทีมงานหารือแนวทางว่าจะช่วยเหลือในระดับใด แต่ในระยะนี้ยังใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกลไกหลักในการดูแลราคาเชื้อเพลิง