“ธรรมนัส”พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ก้าวข้ามขัดแย้ง ย้ำไม่ใช่ฝ่ายแค้น ยังไม่คุย “อนุทิน” หลังถูกลอยแพ ชี้ ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่จีรัง ฝากข้าราชการสำนึกแผ่นดิน โยนถาม “ชนนพัฒฐ์” DSI เรียกพบพรุ่งนี้ บอกเป็นเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร ถึงทิศทางทางการเมืองของพรรคกล้าธรรม ภายหลังมีกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้หารือถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยจะต้องมีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อให้เป็นมติพรรค ซึ่งมีกำหนดประชุมในวันที่ 15 มีนาคมนี้
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลได้แล้วนั้น ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า นักการเมืองต้องสามารถทำหน้าที่ได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ โดยตนได้กำชับ สส.พรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คน ให้เตรียมพร้อมทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชน แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็ตาม และต้องยังคงทำงานดูแลพื้นที่ รวมถึงเครือข่ายที่สร้างมานานกว่า 7-8 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชน
ส่วนความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกับพรรคประชาชน แม้ก่อนหน้านี้จะมีความขัดแย้งทางการเมืองกันมาตลอด ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า การเมืองเป็นเรื่องของบทบาทและสถานการณ์ มิตรภาพทางการเมืองไม่จีรัง ผู้ที่เคยร่วมทางกัน วันหนึ่งอาจแยกทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศัตรูกันเสมอไป แม้เคยมีทัศนะไม่ตรงกัน แต่หากต้องทำงานร่วมกันก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมย้ำว่า หากต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็จะทำหน้าที่อย่างมีหลักการ ไม่ใช่คัดค้านทุกเรื่อง หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนก็พร้อมสนับสนุน
ส่วนกรณีจะมีการพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ตนไม่ได้มีบทบาทในการเจรจาทางการเมือง เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค บทบาทของตนในฐานะประธานที่ปรึกษาคือการให้คำแนะนำ
ขณะที่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค โดยขณะนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้หารือกับกรรมการบริหารพรรคแล้วหลายคน
สำหรับแนวทางการตรวจสอบรัฐบาลในอนาคตนั้น ร.อ.ธรรมนัส ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เป็นฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ จึงยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงแนวทางการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่า การทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรต้องอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ประชาชน
ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงนโยบายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ว่า เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เชื่อว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะต้องสานต่อนโยบายดังกล่าว แต่หากไม่มีการดำเนินการ พรรคกล้าธรรมก็พร้อมใช้เสียง สส.ทั้ง 58 คน ผลักดันผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร
ขณะกระแสข่าวที่มีนักวิชาการบางส่วนวิเคราะห์ว่า การที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล อาจเกิดจากแรงกดดันจากนักการเมืองบางกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “นักวิชาการใช่มั้ยครับ อันนั้นไม่รู้จริง” พร้อมระบุว่า การได้จำนวน สส.มาก ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกำหนดทิศทางการเมืองได้เสมอไป หากพรรคไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ก็ไม่สามารถควบคุมการจัดตั้งรัฐบาลได้
นอกจากนี้ กรณีที่เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่า การที่พรรคไม่ได้ร่วมรัฐบาลอาจเป็นความพยายามสกัดไม่ให้พรรคเติบโต ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเลขาธิการพรรค พร้อมย้ำว่า ในทางการเมือง การแข่งขันระหว่างพรรคเป็นเรื่องปกติ โดยกล่าวตอบคำถามกรณีการส่งผู้สมัครแข่งขันกับพรรคภูมิใจไทยในบางพื้นที่ว่า “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ”
ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงความไม่แน่นอนของการเมืองว่า ตำแหน่งทางการเมืองไม่จีรัง พรรคที่ได้อันดับหนึ่งในการเลือกตั้งก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นรัฐบาลเสมอไป และแม้จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ครบวาระ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลงานและการบริหารประเทศ
สำหรับกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีที่มีชื่อของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดข่าวดังกล่าว แต่เชื่อว่านายสุริยะเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ จึงไม่น่ามีปัญหาในการรับงาน

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 ไปพบว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้าตัว จึงไม่สามารถตอบแทนได้ โดยตนทำได้เพียงให้กำลังใจในฐานะสมาชิกพรรคเดียวกัน และไม่สามารถยืนยันได้ว่ากรณีดังกล่าวเป็นการเล่นงานทางการเมืองหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ร่วมเป็นประธานในงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความยั่งยืน โดยได้ฝากข้อคิดว่า ไม่ว่าตนจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม การเมืองเป็นเรื่องของการเปลี่ยนผ่าน และตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ใช่สิ่งถาวร “มาแล้วก็ไป” แต่สิ่งสำคัญคือข้าราชการต้องสำนึกในหน้าที่ของตนเองในฐานะ “ข้าของแผ่นดิน” ที่ต้องทำงานเพื่อประชาชน ย้ำว่า หากวันหนึ่งตนต้องพ้นจากตำแหน่ง และหากมีโอกาสกลับมาทำงานเพื่อเกษตรกรอีกครั้ง ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวติดตลกว่า ผู้สื่อข่าวไม่จำเป็นต้องไปดักรอที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า หากต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็จะไม่เป็น “ฝ่ายค้านฝ่ายแค้น” เพราะตนยังมีคุณธรรมพอในการทำหน้าที่ทางการเมือง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews