“สุดารัตน์” แนะนายกฯนั่งประธานวอร์รูมรับมือวิกฤตพลังงานด้วยตัวเอง หวั่นสงครามยือเยื้อดันน้ำมันพุ่ง150 ดอลล่าร์ รัฐบาลควรประเมินฉากทัศน์ที่เลวร้ายสุด รับมืออย่างรอบครอบ ประกาศแผนให้ภาคธุรกิจและประชาชนรู้ เพื่อเตรียมตัวรับมือ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน จะยืดเยื้อแนะรัฐบาลยกระดับคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ ที่มีรัฐมนตรีคมนาคมเป็นประธาน ให้เป็นระดับวอร์รูมเต็มรูปแบบมีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยให้นายกรัฐมนตรี ต้องนั่งเป็นประธานด้วยตัวเอง พร้อมทำแผนรับมืออย่างรอบคอบและเร่งด่วน โดยควรประเมินจากฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด ว่าถ้าน้ำมันขาดแคลน และราคาพุ่งสูงถึง 150 ดอลล่าร์/บาร์เรล รัฐบาลจัดเตรียมการรับมืออย่างไร และอธิบายแผนงานแต่ละฉากทัศน์ให้ประชาชน และภาคธุรกิจรับทราบ เพื่อให้ประชาชน และภาคธุรกิจได้วางแผนในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ
คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ หลังจากอิหร่านตั้งนายมอสตาบา คาเมเนอี บุตรชายท่านผู้นำคนเก่า เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญญะสำคัญในการรักษาระบอบเดิมและตอบโต้แผน “Regime Change” ของประธานาธิบดีทรัมป์ นักวิเคราะห์ทั่วโลกคาดการณ์ว่าสงครามจะไม่จบลงง่ายๆ และมีโอกาสขยายตัวเป็นสงครามระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและคลังพลังงานในพื้นที่อ่าวอาหรับ จนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นจาก 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แต่ที่สำคัญคือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปัญหาการขาด แคลนน้ำมันและก๊าซ เพราะน้ำมันและก๊าซจากประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ ออกมาขายไม่ได้ ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ของโลก และจะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าการตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาลในปัจจุบันอาจทำได้เพียงระยะสั้น เนื่องจากกองทุนน้ำมันเริ่มติดลบ เพราะต้องใช้เงินหนุนในปัจจุบันถึงกว่า 700 ล้านบาทต่อวัน
จึงเสนอให้รัฐบาลยกระดับการทำงานของ “วอร์รูม” โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยตัวเองเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายกระทรวง ทั้งการล็อบบี้จัดหาแหล่งพลังงานใหม่ผ่านกระทรวงพลังงานและกระทรวงต่างประเทศ การควบคุมราคาสินค้าโดยกระทรวงพาณิชย์ และการเยียวยาภาคเกษตรกรรม
ทั้งนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลประเมินฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดการขาดแคลนพลังงาน และราคาน้ำมันพุ่งสูง ถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาล จะมีแผนการรองรับอย่างไร ทั้งการจัดหาน้ำมันที่ขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกแย่งกันซื้อ และควรประกาศแผนรับมือวิกฤติ ให้ภาคธุรกิจและ ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews