“เท้ง”นำ119 สส.ประชาชน รายงานตัว ยังไม่คุยปชป.-กธ.ร่วมฝ่ายค้าน

การเมือง ข่าว

 

พรรคประชาชน เข้ารายงานตัว สส. 119 คน ขณะ “เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่น พร้อมทำงานในสภา เผย ยังไม่คุย “ปชป.-กล้าธรรม” ร่วมฝ่ายค้าน ย้ำ ไร้กังวลคดี 44 สส. เตรียมหารือโครงสร้างพรรคใหม่ในการประชุมใหญ่ เม.ย.นี้

 

พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรรค นำ สส. ทั้ง 119 คนของพรรคเข้ารายงานตัว เดินทางโดยรถบัสจำนวน 3 คัน ทั้งหมดใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนคำว่า ประชาชนพร้อมกับใส่สูททับติดเข็มกลัดโลโก้ของพรรค บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภามีมวลชนมาคอยต้อนรับมอบดอกไม้ให้

สส.ของพรรคประชาชนมีทั้งหมด 120 คน โดยก่อนหน้านี้ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 เข้ารายงานตัวในวันที่ 2 มี.ค. แล้ว เนื่องจากไม่สามารถมาวันที่พรรคนัดได้ โดยมีรายงานว่า เช้านี้ นายอิสรา สุนทรวัฒน์สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมารายงานตัวแล้ว ขณะนี้มี สส.รายงานตัวเกือบครบ ขาดเพียงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่แจ้งว่าจะมารายงานตัวในวันพรุ่งนี้ (10มี.ค.)

จากนั้นนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง สส.พรรคเดินทางมารายงานตัวต่อรัฐสภาว่า พระประชาชนมีวาระสำคัญที่จะต้องเดินหน้าต่อในสภาผู้แทนราษฎร โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ จะมีการประชุม สส. เพื่อเตรียมความพร้อมผลักดัน กฎหมายหลายฉบับ เช่นร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฏหมายสิทธิและเสรีภาพ กฎหมายเสรีพลังงานเป็นต้น และหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ จะมาร่วมเป็นฝ่ายค้านด้วยก็ถือว่าเป็นกระบวนการปกติ ของการทำงาน ในสภาผู้แทนราษฎร ที่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลก็จะต้องมาเป็นฝ่ายค้าน แต่ไม่จำเป็นไม่จำเป็นต้องมีการปรับการทำงาน เพราะกลไกของวิปฝ่าย เหมือนเดิมค้าน สามารถร่วมงานกันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีจุดยืน หรือหลักการที่ตรงกันแต่ในส่วนของการทำหน้าที่ตรวจสอบยืนยันว่า สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างแน่นอน

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยด้วยว่า ในระดับแกนนำพรรคการเมืองที่จะมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านยังมีการหารือกันแต่อย่างใด ต้องรอให้เกิดกระบวนการทางรัฐสภาเสร็จสิ้นก่อน และตั้งรัฐบาลแล้วจึงจะมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า พรรคประชาชนพร้อมทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในฐานะที่เป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง

ส่วนคดี 44 สส. ยืนยันว่า ถือเป็นการทำหน้าที่ในฐานะ สส. ที่จะเสนอร่างกฎหมาย ยอมรับไม่ได้กังวล แต่ก็ไม่ประมาท ในที่ประชุม สส. บ่ายวันนี้ก็ มีการชี้แจงฉากทัศน์ ที่เลวร้ายที่สุด เพื่อเตรียม ความพร้อมหาก สส. จำนวนหนึ่งต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยพรรค ได้เตรียมกระบวนการและวิธีการรับมือทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว หากจำเป็นจำเป็นต้องมีการแต่งตั้งบุคคลใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ก็ต้องถามความเห็นจากสมาชิกพรรค และ สส. ด้วย รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากการประชุมใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้

ขณะผลการเลือกตั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ที่ให้มีการนับคะแนนใหม่จากขยายผลร้องเรียนไปให้ตรวจสอบในพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการ หากพื้นที่อื่นพบความผิดปกติที่คล้ายกัน พรรคประชาชนก็พร้อมดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียน เพื่อให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ทีมกฎหมายของพรรคได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานไว้ ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว แต่การที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งไปก่อนทั้งที่สังคมยังมีคำถามถึงกระบวนการการเลือกตั้ง แล้วปล่อยเวลาให้มีการเปิดประชุมสภา เพื่อเลือกประธานและรองประธาน และการจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าไป แต่ในตอนท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง จะส่งผลกระทบต่อประเทศมากยิ่งขึ้น

ส่วนการที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อพรรคประชาชน ชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้งมีปัญหา แต่ยัง นำ สส. เข้ารายงานตัว นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า พรรคประชาชนสื่อสารมาโดยตลอดว่า ต้องการให้การเลือกตั้ง โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมและ ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของประชาชน การนำ สส. เข้ารายงานตัวในวันนี้ เป็นการยืนยันว่า พรรคประชาชนพร้อมที่จะทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร ส่วนการตรวจสอบ ความผิดปกติหรือความโปร่งใสของการเลือกตั้งก็จะเดินหน้าไปคู่กัน

สำหรับตำแหน่งประธานและรองประธานผู้แทนราษฎร เตรียมที่จะมีการหารือในที่ประชุม สส. อยู่แล้ว แต่ต้องยืนยันว่า พรรคประชาชนพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งในสภา ภายใต้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประธานหรือรองประธานสภาไม่สามารถเป็นควบคู่กับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้

แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้ปิดการปิดกั้นที่จะเสนอชื่อประธานและรองประธานให้สภาพิจารณา ส่วนความชัดเจนรอหลังการประชุม สส. วันนี้ แล้วจะได้รู้พร้อมกันก่อนวันโหวตเลือกประธานแล้วรองประธานสภาอย่างแน่นอน

ส่วนนโยบายของรัฐบาลใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้จริงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุ ต้องรอการทำหน้าที่และกระบวนการหลายอย่างให้เสร็จสิ้นก่อนพักประชาชนก็พร้อมทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตั้งมาตรฐานการคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยการยกจริยธรรมและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้ง นายณัฐพงษ์ มองว่า นายอนุทินยังไม่ได้ตอบคำถามที่ สื่อมวลชนตั้งไว้ว่าในอดีตก็เคยมีการแต่ง ร้อยเอกธรรมมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว ทำไมตอนนั้นใช้มาตรฐานหนึ่ง และพอมาถึงตอนนี้ใช้อีกมาตรฐาน อาจเป็นเพราะเหตุผล ทางการเมืองมากกว่า มาตรฐานทางจริยธรรมใช่หรือไม่

ด้าน นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาการยื่นคำร้องคดี 44 สส. ของ ป.ป.ช. ต่อศาลฎีกาว่า ความจริงแล้วไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ 9 มีนาคม เนื่องจากการนับกรอบเวลา 1 เดือนกับ 30 วันมีความแตกต่างกัน โดยเดือนกุมภาพันธ์มีเพียง 28 วัน หากนับเป็น 30 วัน กำหนดเวลาจะตรงกับวันที่ 11 มีนาคม

อย่างไรก็ตาม ระบุว่า ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ป.ป.ช. ยังสามารถขยายเวลาการยื่นคำร้องได้ หากมีเหตุผลรองรับตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews