อพยพคนไทยจากอิหร่านเพิ่มเป็น 125 คน

การเมือง ข่าว

 

กต.ตะวันออกกลางยังอ่อนไหว อพยพคนไทยจากอิหร่านเพิ่มเป็น 125 คน ตร.ยกระดับดูแลสถานทูต–สนามบิน 24 ชม. ขณะพลังงานยันน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน

 

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียด โดยอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เกิดขึ้นเป็นระยะ

 

นอกจากนี้สถานการณ์การสู้รบยังขยายตัวไปยังประเทศใกล้เคียงมากขึ้น นอกเหนือจากเลบานอน โดยมีรายงานว่าอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ก่อนที่รัฐบาลอาเซอร์ไบจานจะประกาศเตรียมตอบโต้ ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์มีความน่ากังวลมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์การเปิด–ปิดน่านฟ้าในภูมิภาค ขณะนี้หลายประเทศยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดนยังคงเปิดน่านฟ้า โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมานได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญในการอพยพชาวต่างชาติออกจากภูมิภาคทางอากาศ

 

รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

 

ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ล่าสุดมีผู้ประสงค์อพยพเพิ่มจาก 117 คน เป็น 125 คน โดยจะแบ่งการเดินทางออกทางบกเป็น 2 รอบ รอบแรกวันที่ 7 มีนาคม จำนวน 69 คน และรอบที่สองวันที่ 10 มีนาคม จำนวน 56 คน โดยจะเดินทางไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ไปให้การต้อนรับ จัดหาที่พักและอาหารระหว่างรอเที่ยวบินเดินทางกลับประเทศไทยในช่วง 2–3 วันถัดไป

 

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน รวมถึงใช้เป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะรานด้วย

สำหรับสถานการณ์ในตุรกี ขณะนี้สนามบินอิสตันบูลต้องรองรับเที่ยวบินจำนวนมากจากสายการบินที่หลีกเลี่ยงการบินผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทำให้บางเที่ยวบินถูกยกเลิก ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยจึงแนะนำให้คนไทยติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยา หากคาดว่าเที่ยวบินใหม่จะล่าช้าและเสี่ยงต่อการอยู่เกินกำหนดวีซ่า อาจพิจารณายกเลิกเที่ยวบินเดิมและซื้อตั๋วใหม่ในเส้นทางที่เลี่ยงประเทศที่ปิดน่านฟ้า โดยคนไทยสามารถพำนักในตุรกีได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่าเป็นเวลา 30 วัน

 

ขณะที่ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยังเปิดน่านฟ้าอยู่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ได้ประสานกับสถานทูตไทยในประเทศใกล้เคียงที่ปิดน่านฟ้า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนไปใช้เที่ยวบินกลับประเทศไทย ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้น่านฟ้าบางส่วนยังปิดอยู่ แต่สายการบิน Etihad, Emirates และ Air Arabia ได้เริ่มเปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อช่วยอพยพชาวต่างชาติกลับประเทศแล้วนอกจากนี้ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในประเทศ โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สนามบิน และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ตามข้อสั่งการของรัฐบาล

 

เพื่อป้องกันผลกระทบด้านความมั่นคงและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตามแนวชายแดน และติดตามบุคคลต่างด้าวที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเฝ้าระวังข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอมที่อาจสร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน ยังเตรียมความพร้อมรองรับคนไทยที่จะเดินทางกลับจากตะวันออกกลางผ่านท่าอากาศยานในประเทศ โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

 

ด้านนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดและโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานได้ถึง 95 วัน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ประมาณ 60 วัน หลังจากผู้ค้าน้ำมันในประเทศสามารถจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมและยืนยันการส่งมอบได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้น้ำมันสำรองตามกฎหมายเพิ่มจาก 1% เป็น 3% เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งควบคุมการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากไทย อีกทั้ง ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนหรือการจำหน่ายในลักษณะที่ทำให้เกิดการขาดแคลนในระยะสั้น

 

ในส่วนมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ กระทรวงพลังงานยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพิจารณามาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้พลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล B100 การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาตรฐานยูโร 4 ซึ่งมีราคาถูกกว่า รวมถึงเพิ่มการจัดหา LNG และเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานและป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews