กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันข่าวลือสหรัฐฯ ตั้งฐานทัพในไทย “ไม่เป็นความจริง” แต่ว่าที่ผ่านมา สหรัฐก็เคยตั้งฐานทัพในไทยถึง 8 ที่ด้วยกันจะมีที่ไหนบ้างไปดูกันค่ะ
จากกระแสข่าวที่ระบุว่า ไทยอาจมีการ “ดีล” อนุญาตให้สหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพในประเทศนั้นล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ ออกมายืนยันชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงขัดต่อแนวนโยบายของไทยที่ยึดหลักลดความตึงเครียดและสนับสนุนให้ความขัดแย้งระหว่างประเทศคลี่คลายโดยสันติ
อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ไทยเคยเป็นพื้นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ มาก่อนโดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และในยุคสงครามเย็น
ในเวลานั้น โลกถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ คือฝ่ายเสรีประชาธิปไตยนำโดยสหรัฐฯและฝ่ายคอมมิวนิสต์นำโดยสหภาพโซเวียต สหรัฐฯ ดำเนินนโยบาย “สกัดกั้นคอมมิวนิสต์”เพื่อหยุดการขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในช่วงสงครามเวียดนาม
ประเทศไทยถูกมองว่า มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่เชื่อมต่ออินโดจีน จึงกลายเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2501 เมื่อสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารชุดแรกจากฟิลิปปินส์ มายังท่าอากาศยานดอนเมือง ต่อมาได้ลำเลียงยุทโธปกรณ์และเครื่องจักรหนักจำนวนมากมายังอู่ตะเภาจังหวัดระยอง เพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและฐานทัพอากาศในไทย จนสหรัฐฯ
ได้ใช้ฐานทัพในประเทศไทยรวม 8 แห่ง ได้แก่
ท่าอากาศยานดอนเมือง (พ.ศ. 2504–2513)
ฐานทัพอากาศตาคลี (พ.ศ. 2504–2514)
ฐานทัพอากาศโคราช (พ.ศ. 2505–2518)
ฐานทัพเรือนครพนม (พ.ศ. 2505–2519)
ฐานทัพอากาศน้ำพอง (พ.ศ. 2505–2509)
ฐานทัพอากาศอุดรธานี (พ.ศ. 2507–2519)
ฐานทัพอากาศอุบลราชธานี (พ.ศ. 2508–2517)
สนามบินทหารเรืออู่ตะเภา (พ.ศ. 2508–2519)
ช่วงสูงสุดของการประจำกำลังพลสหรัฐฯ ในไทยเกิดขึ้นระหว่างสงครามเวียดนามในปี พ.ศ. 2511 มีทหารภาคพื้นดินประจำการกว่า 11,494 นาย และในปี พ.ศ. 2512มีทหารอากาศสูงสุดถึง 33,500 นาย หลังสงครามเวียดนามยุติลง สหรัฐฯทยอยถอนกำลังออกจากไทยจนแล้วเสร็จในช่วงปี พ.ศ. 2519
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายเปิดทางให้ประเทศใดตั้งฐานทัพถาวรในประเทศ และยังคงยึดหลักความเป็นกลางการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย รวมถึงสนับสนุนแนวทางสันติในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews