“นายกฯ-สีหศักดิ์”ประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง “อธิบดีกรมเอเชียใต้ฯ”รายงานมีแนวโน้มยืดเยื้อไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์-จับตาสหรัฐฯ ยกระดับความขัดแย้ง ขณะ กต.จัดห้องวอร์รูม 24 ชั่วโมง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เกี่ยวกับสถานการณ์และการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง และติดตามสถานการณ์การสู้รบอย่างใกล้ชิด

หลังมีรายงานว่า อิหร่าน ได้ประกาศปิด “ช่องแคปฮอร์มุซ” พร้อมจะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามผ่านเข้ามา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดต่อเนื่อง รวมถึงประเมินสถานการณ์ที่อาจจะยืดเยื้อ ราว 4-5 สัปดาห์จนทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องสั่งอพยพชาวอเมริกันในตะวันออกกลางออกจากพื้นที่สู้รบทัน ดังนั้น ต้องจับตาว่า วันนี้รัฐบาลไทย จะมีมาตรการดูแลคนไทยในตะวันออกกลางอย่างไร จะสั่งอพยพออกจากพื้นที่สู้รบหรือไม่
โดยก่อนเริ่มการประชุม นางอุรษา มงคลนาวิน เอเชียอธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ได้รายงานสถานการณ์ว่า ล่าสุดจากการหาข้อมูลในพื้นที่และข้อมูลจากสื่อระหว่างประเทศ หลายแหล่งและหลายแหล่งข้อมูลคาดว่าจะยืดเยื้อราว 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก
ซึ่งในส่วนการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ ในอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล พบว่า มีการเข้าไปโจมตีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเตหะราน โดยมีเป้าหมายยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ รวมไปถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการภายในอิหร่าน ระบอบการปกครองหลังจากสูญเสียผู้นำสูงสุดไปแล้ว
มีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายในไม่กี่วันนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน คณะผู้นำรักษาการชั่วคราว (Interim Council) ในส่วนของอิสราเอลก็มีการโจมตีอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โจมตีทางภาคกลางและภาคเหนือของอิสราเอล สำหรับการโจมตีในพื้นที่อื่น อิสราเอลก็ได้มีการโจมตีขยายพื้นที่ออกไป ไม่เฉพาะอิหร่าน แต่ออกไปยังเลบานอน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศได้จัดห้องวอร์รูมติดตามสถานการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เพื่อมอนิเตอร์ข่าวและข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews