“สีหศักดิ์” เผยเตรียมอพยพคนไทยในอิหร่าน ผ่านชายแดนตุรกี ก่อนขึ้นเครื่องบินพาณิชย์กลับไทย ส่วนในอิสราเอลแรงงานไทยยังไม่ได้รับผลกระทบ มอง สถานการณ์ยืดเยื้อ ย้ำ สถานทูตฯดูแลคนไทยใกล้ชิด ยันมีความพร้อมทุกฉากทัศน์
ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมว่า จากการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน และการตอบโต้ที่เกิดขึ้น ไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค รวมถึงระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทางการทูตบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในอิหร่าน ซึ่งมีคนไทยพำนักอยู่ประมาณ 200 กว่าคน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ติดต่อกับคนไทยอย่างใกล้ชิดและแนะนำให้อยู่ในที่ปลอดภัย นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากมีความประสงค์เดินทางกลับ ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้น่านฟ้าอิหร่านปิด จึงจำเป็นต้องเดินทางโดยรถยนต์ไปยังชายแดนตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศ ขณะนี้มีผู้ประสงค์เดินทางกลับประมาณ 20 กว่าคน หากมีจำนวนไม่มากสามารถใช้เที่ยวบินพาณิชย์ได้ แต่หากมีจำนวนมากจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวก

ส่วนในอิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ขณะนี้ทางการอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์และสกัดกั้นขีปนาวุธได้ จึงยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบหรือประสงค์เดินทางกลับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญต่อแรงงานไทยและดูแลความปลอดภัยอย่างดี
สำหรับประเทศอื่นในภูมิภาค อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะดูไบและอาบูดาบี มีคนไทยพำนักอยู่จำนวนมาก และมีผู้แสดงความจำนงจะเดินทางกลับประมาณ 1,000 กว่าคน เบื้องต้นสามารถประสานงานได้ เนื่องจากสนามบินในโอมานยังเปิดให้บริการและมีเที่ยวบินพาณิชย์ จึงสามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางและกระบวนการเข้าเมือง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ส่วนบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่าน ไทยได้ประสานกับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับแล้ว เช่น ที่บาห์เรนมีคนไทยประมาณ 6,500 คน ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบสอบถามความประสงค์ หากต้องการเดินทางกลับ จะประสานให้เดินทางผ่านเมืองที่ใกล้ที่สุดในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสนามบินยังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

ในกรณีอิหร่าน หากมีผู้ประสงค์เดินทางกลับมากกว่า 100 คน อาจพิจารณาจัดเครื่องบินไปรับ โดยได้ประสานกับกองทัพอากาศแล้ว และยืนยันว่ามีความพร้อมในทุกฉากทัศน์ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ญาติของคนไทยในตะวันออกกลางสามารถสอบถามข้อมูล สร้างความมั่นใจและคลายความกังวล
สำหรับกรณีการเดินทางออกจากอิหร่าน รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ผู้ประสงค์เดินทางกลับต้องเดินทางโดยรถยนต์ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างลำบากและมีด่านตรวจหลายจุด รัฐบาลจะเร่งประสานทางการอิหร่านเพื่ออำนวยความสะดวก เนื่องจากเป็นกรณีด้านมนุษยธรรม พร้อมขอหลักประกันด้านความปลอดภัยตลอดเส้นทางไปยังชายแดนตุรกี

เมื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ นายสีหศักดิ์เห็นว่า อาจยืดเยื้อ เนื่องจากเป้าหมายของฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจไม่ได้จำกัดเพียงการขจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านยังมีท่าทีตอบโต้ประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ จึงทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอน ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการอพยพคนไทยและมาตรการรองรับภายในประเทศ
ส่วนสถานการณ์ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ขณะนี้ยังสามารถติดต่อได้ แม้อาจมีสัญญาณขาดหายเป็นบางช่วง แต่ยังติดต่อกันได้อย่างสม่ำเสมอ และสถานทูตได้ดูแลชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด แม้จะมีความกังวลเรื่องเสบียงอาหาร แต่รายงานล่าสุดระบุว่าร้านค้าและร้านอาหารยังเปิดให้บริการตามปกติ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews