“ยศชนัน” นำสส.เขต ขึ้นรถบัส EV รายงานตัวสภา ยันยังไม่มีคุยโควตา ครม.หลังมีกระแสภูมิใจไทยตีกลับรายชื่อ อุบคุม อว. มอง ก.แรงงาน – ก.เกษตรฯ ไม่ใช่เผือกร้อน ด้าน “จุลพันธ์”บอกคุยแกนนำ ภท.แล้ว
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยและว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ นำคณะ สส.แบบแบ่งเขตของพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถบัส EV จากที่ทำการพรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา
ทันทีที่เดินทางมาถึง นายยศชนันและคณะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนนำทีมเข้ารายงานตัว ได้แก่ พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล ศาลตาศาลยาย
จากนั้น นายยศชนัน เปิดเผยว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและเพื่อพี่น้องประชาชน วันนี้เป็นสิ่งที่ดีงามของพรรคเพื่อไทยที่ได้มาอย่างยาวนาน วันนี้เรารวมตัวมาพร้อมกัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่น ว่าเราพร้อมที่จะเริ่มทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน
นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเพิ่มเติม หลังจากวันได้พบกันที่พรรคภูมิใจไทย สิ่งจำเป็นตอนนี้ คือ การดูภายในพรรคให้พร้อมไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่และทำงาน

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อว่ารัฐมนตรีให้กับพรรคภูมิใจไทยแต่ถูกตีกลับนั้น นายยศชนัน ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ เรามีการพูดคุยกันภายในว่าพร้อมที่จะทำงานในทุกรูปแบบ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่มีการคิดและทำหลายอย่าง
ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยอยากได้คนรุ่นใหม่ที่เป็นรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเพื่อไทย จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกเรื่อง เป็นเรื่องที่เรานำมาหารือกันทั้งหมด อยู่แล้ว เช่น วันแรกที่เราจะเข้าไปทำงาน จะทำอะไรบ้าง ตอนนี้ประเทศมีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง และกระแสโลกเป็นอย่างไรบ้าง
ซึ่งเราก็พยายามดูบุคลากรต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งทุกคนมองการทำงานที่กระทรวง แต่กระทรวงเดียวตอนนี้ ทำงานไม่ได้แล้ว โดยต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้กับทุกคน เพื่อสามารถผลักดันประเทศชาติไปข้างหน้าได้
ส่วนกระแสข่าวนายยศชนันจะนั่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ตนเองคงยังไม่ให้ข้อมูลอะไร หากมีความแน่ชัดแล้ว จะแจ้งให้ทุกคนทราบอีกครั้ง ซึ่งสื่อมวลชน ได้สอบถามต่ออีกว่าได้มีการเตรียมการบ้านไว้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เราเตรียมการบ้านไว้ทุกกระทรวง

ทั้งนี้ บางกระทรวงที่ถูกมองว่าเป็นเผือกร้อน อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน ซึ่งมีข่าวว่ากระทรวงดังกล่าวจะถูกจัดให้เพื่อไทยนั้น นายยศชนัน ยืนยันว่า ไม่มีเผือกร้อนที่เกี่ยวกับประเทศ หรือกระทรวงเกรดเอบีซี ตนคิดว่าวันนี้ไม่มีใครกล้าพูดว่า กระทรวงไหนเกรดเอบีซี เพราะทุกกระทรวง เป็นกระทรวงที่มีความสำคัญทั้งหมด ซึ่งหลักการมีอยู่แค่นี้ ซึ่งก็น่าจะสามารถเดินหน้าไปได้
ส่วนตอนนี้ได้มีการจัดหมวดหมู่นโยบายหรือไม่ว่ากระทรวงไหนจะเอานโยบายไหนไป เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีหลายนโยบาย นายยศชนัน กล่าวว่า นโยบายเรา หรือนโยบายของทุก ๆ ท่าน ต้องมีการเชื่อมโยงกัน แน่นอนว่าหากมีความแน่ชัด จะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง
ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวถึง การพูดคุยภายในพรรคเกี่ยวกับกระแสข่าวโควตารัฐมนตรี ว่า ภายในพรรคไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งคณะรัฐมนตรี จากการพูดคุยเบื้องต้นกับพรรคภูมิใจไทยเป็นการพูดคุยเรื่อง การทำงานไปข้างหน้ายังไม่ได้พูดว่าแต่ละพรรคมีความถนัดหรือจะแบ่งจัดสรรกันอย่างไร ขณะนี้เราไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง เราต้องรอพรรคอันดับหนึ่งดำเนินการเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลการรวบรวมเสียงให้ครบถ้วน

ซึ่งฟังจากข่าวก็ได้ยินว่าเกือบได้ 300 เสียงแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขยืนยันว่าเดินหน้าสู่รัฐบาลได้ หลังจากนี้หน้าที่ของพรรคแกนนำก็จะนัดหมายไปพูดคุยถึงความเหมาะสมของบุคลากร และความถนัดของแต่ละพรรคในการดำเนินการตามนโยบายที่มี เพื่อขับเคลื่อนรัฐบาลร่วมกัน พร้อมย้ำว่าอำนาจการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามกฎหมายเป็นของนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนขณะนี้หลังจากรับรอง สส. แบบแบ่งเขต จะมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ
และคาดว่าจะมีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปลายเดือนมีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้น ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นก็ชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ ส่งรายชื่อไปตรวจตรวจสอบประวัติและนำขึ้นทูนเกล้าฯ แต่แน่นอนว่าการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลการหารือร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ
และจากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เชื่อว่า จะมีการพูดคุยในลักษณะนี้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความราบรื่นและเข้าใจตรงกัน ส่วนที่เป็นข่าวทั้งเรื่องของรายชื่อที่ส่งไปและการตีกลับรายชื่อ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นแต่อย่างใด และพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อและยังไม่ได้พูดคุยกัน
ส่วนหากเสนอชื่อโควตารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแล้วถูกตีกลับจะดำเนินการอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน เพราะยังไม่เห็นเหตุการณ์จะไปสมมติก็จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ขอรอให้มีการหารือ พบปะ นั่งคุยกันก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร
กระแสที่ออกมาจะเป็นแรงกระเพื่อมที่ปล่อยจากภายในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ไม่มี” พรรคเพื่อไทยมีความสมัครสมานสามัคคีกัน วันนี้เห็นได้ชัดว่าเรายกขบวน สส. แบบแบ่งเขต มากันครบ ส่วนสส. บัญชีรายชื่อคาดว่าจะมาในวันศุกร์หน้า เป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคี และเป็นการแสดงความพร้อมให้สังคมเห็นว่าพร้อมเดินหน้าทำงานในส่วนของนิติบัญญัติ

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ได้คุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับข่าวตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางนั้นยืนยันว่าไม่มีข่าวเพราะมีไม่ได้เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ ยื่นรายชื่อและยังพูดคุยกันในเรื่องกระทรวง ซึ่งพรรคก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับข่าวนี้ ถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองช่วงนี้รอกระบวนการต่างๆ เป็นช่วงสูญญากาศทุกพรรคต้องรอให้กระบวนการของพรรคหลักในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น
การมีข่าวออกมาอาจจะไม่ใช่การปล่อย แต่อาจเป็นเรื่องของความเข้าใจของสังคม ความคิดของสังคมบางส่วน หรือสื่อมวลชน ที่อาจจะไปฟังข่าวมาและมาลงข่าวเพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวซึ่งไม่ใช่ผลเสียหรือผลร้ายอะไร และพรรคยืนยันในคุณสมบัติของคนของพรรค ซึ่งรายชื่อ 3 – 4 คนตามข่าว
เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค การทำงานของพรรคที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่า ทั้งการบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ และประวัติทำงานก็ไม่มีอะไรด่างพล้อย ต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรด้วยเพราะข่าวที่ออกมาไม่มีมูลเหตุไม่มีจุดเริ่มต้น
เมื่อถามย้ำว่ามีบุคคลที่ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พวกเรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีจำนวนมาก และสส.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาก็เป็น สส. หลายสมัย และมีศักยภาพ จุดนี้เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องหารือกันอีกครั้ง แต่วันนี้ยังไม่ได้เริ่มที่จะพิจารณา
นอกจากนี้ นายยศชนัน ยังกล่าวถึงกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำว่า นายทักษิณอาจวางมือทางการเมืองต่อจากนี้ จะมีผลสะท้อนกับทางพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคเพื่อไทยดำเนินการในรูปแบบของพรรคการเมืองอยู่แล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews