“คริส หอวัง” ทะเลาะกับ AI เรื่องเวลานอน!

Hot News บันเทิงไทย ข่าว บันเทิง
“คริส หอวัง” ทะเลาะกับ AI เรื่องเวลานอน! ไขความลับเข้าเลข 4 แต่หน้ายัง 20 !?

 

Kim’s Mirror รายการที่จะชวนคุณมาสะท้อนมุมมอง ปรับโฟกัสการดูแลตัวเองให้ตรงจุดส่องลึกทุกมิติความงามกับ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” นั่งแท่นพิธีกรครั้งแรก ซูมลึกเรื่องสวยที่ผู้หญิงยุคนี้ควรรู้ เพื่อผลลัพธ์แห่งความงามที่อ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนในแบบ Beauty Longevity เพราะความดูดีที่แท้จริงเป็นมากกว่าแค่ภาพสะท้อนและไม่ตามกระแสเพื่อเป็นคุณในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ประเดิมแขกรับเชิญคนแรกด้วยสาวหมวยสุดแซ่บที่ขึ้นชื่อเรื่องหน้าเด็กตลอดกาลอย่าง “คริส หอวัง” แม้อายุเข้าเลข 4 แล้วยังเป๊ะ! เผยสมการสวยยั่งยืน เคยทะเลาะกับ AI เรื่องเวลานอน เปิดสูตรเด็กข้ามวัยผิวแข็งแรงก่อนสู้กล้องต้องทำยังไง?

 

มีการดูแลผิวยังไงที่ทำให้แบบดูเด็กขนาดนี้ ?

คริส หอวัง : ผิวมันก็เรื่องหนึ่งนะ แต่ว่าเอาอันนี้ก่อนเรื่อง DNA ของคนเอเชียพี่ว่ามันช่วยเหมือนกัน คือเราอาจจะมีแต้มต่อ เหมือน Age ช้ากว่าฝรั่งนิดหนึ่ง แต่ถ้าเกิดว่าไม่ดูแลรักษาผิวแล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติในมลพิษที่มันมีบนโลกใบนี้ พี่ว่ามันก็ไม่รอด

 

.รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ 20 ปีแล้วใช่ไหม ?

คริส หอวัง : ประมาณ 16 ปี

 

ทุกอย่างยังดูสดชื่น ยังมีความเด็กอยู่ ?

คริส หอวัง : จริง ๆ พยายามแหละ ถ้าถามเรื่องดูแลผิวพี่ว่ามันน่าจะผสม ๆ กันค่ะ อาจจะเป็นเรื่องการออกกำลังกาย การกิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องกับผิวของเรา แล้วก็ไม่ใช่ว่าคริสไม่เคยผ่านช่วงเวลาที่ผิวแพ้อะไรทุกอย่างไปหมด มันก็มี แต่ว่าผู้หญิงเราทุกคนในปัจจุบันนี้ผู้ชายก็ดูแลตัวเองเท่า ๆ กับผู้หญิงแล้ว ทุกคนก็ต้องต่อสู้เพื่อที่จะหาผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องกับผิวตัวเองจริง ๆ แล้วเมื่อเราเจอสิ่งนั้นมันก็จะอยู่บนเคาน์เตอร์ของเราตลอดไป ทั้งทางร่างกายเราก็ดูแล กินอาหาร ออกกำลังกาย นอน กินน้ำอะไรที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องไปตามหา แต่ถามว่าในโลกสมัยนี้มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้น้อง ๆ กว่าพวกเรา ได้รักษาหน้าเขาไปตลอด โดยจะไปเลเซอร์ก็ตาม จะไปหาหมอก็ตาม มันมี แต่ถามว่าต่อให้คุณไปทำสิ่งพวกนั้นแล้วคุณไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยพยุงรักษามัน มันก็ไปอยู่ดี คุณหมอก็ยังเคยบอกคริสเลยบอกว่าต่อให้เลเซอร์ไป ต่อให้ Ulthera Thermage ไป คุณไม่รักษามันก็หายไป เพราะฉะนั้นเปลืองเงิน ถ้าคุณคิดว่าคุณจะไม่รักษามัน ไม่ดูแลมัน แล้วคุณจะมาพึ่งหมออย่างเดียวเป็นไปไม่ได้

 

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกว่าต้องดูแลตัวเอง ?

คริส หอวัง : เหมือนตอนนั้นไปเรียนที่อเมริกา แล้วเราอยู่โรงเรียนอาร์ต พอการอยู่โรงเรียนอาร์ตมันก็ไม่มีมานั่งสวย ๆ เราไม่ได้มานั่งอะไรอย่างนี้ แล้วยุคนั้นไม่มี Instagram ไม่มี TikTok นะ ไม่มีโลกโซเชียลไม่มีอะไรมีแต่ Facebook ซึ่งก็ยังไม่มีแอปพลิเคชันแต่งภาพ ฉันเห็นว่าถ้าฉันหน้าเนียนเท่านี้ฉันจะดีมาก ตอนนี้คือพวกแอปต่าง ๆ ที่ทำหน้าเนียนจริง ๆ มันเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเรานะว่าถ้าเราหน้าแบบนี้มันจะดีมาก ตอนเด็ก ๆ ไม่เคยทำเลย เรียนอยู่อเมริกากลับมาพอมันเริ่มมี Instagram แล้วเราก็อยากสวย เราก็เริ่มดูแลตัวเอง ถามว่าเริ่มดูแลตัวเองตรงไหน ทำอาชีพดาราแล้วไปสักประมาณ 5-6 ปีถึงจะเริ่มจริงจัง เพิ่งจะมาหาข้อมูล เริ่มมาหาผลิตภัณฑ์ เริ่มดูว่าเรามีจุดบกพร่องอะไร ช่วงนี้เราดูแลเรื่องจุดด่างดำดีกว่า ช่วงนี้เราดูแลเรื่องผิวฟื้นฟูดีกว่า ช่วงนี้เราดูแลเรื่องริ้วรอยดีกว่า คือมันเพิ่งจะเริ่มจากที่ทำอาชีพนี้แล้วเพราะว่ามันเหมือนอยู่ในหน้าที่ด้วย แต่ก่อนหน้านั้นก็คือเละเทะ หน้าแห้งค่อยทา หน้าแพ้ค่อยจัดการ ยาแก้ผื่นแพ้อะไรก็ว่าไป แต่นอกนั้นคือปล่อยเลยตามเลยค่ะ แต่อันหนึ่งที่คริสว่าโชคดีที่อยู่ในรูทีนของชีวิตของคริสอยู่แล้ว คือเรื่องการออกกำลังกายหรือความไฮเปอร์ของคริส มันทำให้เหมือน active ตลอด

 

 

ดูแลรูปร่างยังไง ?

คริส หอวัง : การออกกำลังกายหรือว่าการเป็นคน active มันช่วยทั้งรูปร่างแล้วก็ผิวพรรณด้วย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือเรื่อง mindset ด้วย มันก็จะช่วยเรื่องเราไม่เครียด หน้าไม่เหี่ยว ยิ้มเยอะ หัวเราะเยอะ อย่า take anything too serious อะไรแบบนี้ ก็ตอนเด็ก ๆ ต่อให้ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย อยู่เมืองนอกหิมะตก หน้าหนาวผิวแห้ง ลอกเลยนะถึงจะทาครีม แต่ออกกำลังกายตลอดเนื่องจากว่าการเรียนของคริสเป็นโรงเรียนอาร์ต เรียนหนังสือครึ่งวันเหมือนคนอื่นเขา โรงเรียนอื่น ๆ เขาอาจจะอาจไปเล่นกีฬา ไปอยู่ Club chess อะไรใด ๆ ของคริสคือทุกคนไปอยู่ในแผนกอาร์ทของตัวเอง ของคริสเป็นบัลเลต์ ซ้อมวันละ 6 ชั่วโมง เหมือนออกกำลังกายวันละ 5-6 ชั่วโมงทุกวัน พอกลับมาเมืองไทยก็มีบางจุดที่ขี้เกียจ เราก็ยังโอเคแต่สุดท้ายพอเลข 4 มาพี่เพิ่งจะมารู้ตัวว่าเราต้องกลับไปออกกำลังกายแล้ว เราต้องกลับมาดูแลตัวเองแล้ว ตอนนี้ก็เลยทำเป็นรูทีนค่ะ

 

ตอนนี้ออกกำลังกายอะไรบ้าง ?

คริส หอวัง : ไม่ได้ฮาร์ดคอร์มาก ก็ออกแบบที่ช่วยเรื่องheart rateของเราให้อยู่ในโซน 4 โซน 5 กี่นาทีต่ออาทิตย์ ก็มีวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า มีพิลาทิส มีโยคะ เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แล้วก็จริง ๆ อันนี้ไม่รู้เป็นการออกกำลังกายหรือเปล่า แต่ว่าฝึกอยู่เป็นเรื่องของ sound bath (การอาบคลื่นเสียง) กับ breathwork (ฝึกหายใจ) ก่อนนอน เราก็เปิด YouTube มันก็มีเสียง sound bath เราก็ทำ breathwork ไปด้วย คือคริสอาจจะไฮเปอร์มากซะจนเวลาเรานั่งสมาธิเราอาจจะยังไม่นิ่งพอ เราก็เลยอยากจะฝึก วันหนึ่งอยากจะนั่งสมาธิได้เหมือนคนอื่นเพื่อที่จะชาร์จตัวเอง แต่วันนี้เหมือนเราเริ่มฝึกก็เลยเริ่มฝึกจาก sound bath กับ breathwork ก่อน ซึ่งพอทำมาแล้วรู้สึกว่ามันดีมาก แล้วมันเคลียร์ทุกอย่างที่วุ่นวายที่เราไฮเปอร์ทั้งวัน

 

นอนกี่โมง ?

คริส หอวัง : ปัจจุบันนี้เราก็มีเทคโนโลยีเยอะแยะ ทุกคนก็จะมีของตัวเองไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาอะไรที่วัดความเครียด วัดก้าวเดิน วัดหัวใจ ของคริสมันก็จะแนะนำให้นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงในอายุของคริส มันก็จะบอกแล้ว จะนับจากช่วงเวลาที่คริสตื่น แล้วก็แนะนำว่าคืนนี้ต้องนอนเมื่อไหร่ บางทีก็ทะเลาะกับนาฬิกาบ้างว่าวันนี้ฉันอยากออกไปอยู่กับเพื่อน ฉันจะเลื่อนเวลานอนฉัน เธอมีปัญหาไหม คุยกับ AI ก็เลยต่อรองว่าคืนนี้ฉันจะนอนเลยเวลาที่เธอแนะนำ พรุ่งนี้เธออย่ามาหักคะแนน recovery ของฉัน แล้ว AI ก็จะถามกลับมาว่าแล้วคุณจะทำอะไรเพื่อตอบแทนฉัน โอเคพรุ่งนี้ฉันจะวิ่งจาก 30 นาทีเป็น 45 นาทีให้คุณ มันก็บอกโอเค งั้นขอเลื่อนเวลานอนให้ แต่เราต้องต่อรองกับมัน หลายคนไม่รู้นะว่าเราต่อรองกับอุปกรณ์พวกนี้ได้ เราอย่าเป็นไซบอร์กมาก สิ่งที่เขาบอกมันดีนะดีที่สุด สำหรับสิ่งที่เขาคำนวณมาแล้วจากสถานะที่เราผ่านมา แต่อย่าลืมความสุขของตัวเองด้วย อย่าให้ใครมาบังคับเรามากเกินไป ต้องต่อรอง คริสไม่ถอดเพราะว่าอยากชนะสกอร์มัน

 

แต่มันก็หมายความว่าเราแข็งแรงขึ้นไง ?

คริส หอวัง : ใช่ แต่ว่าเรารู้ตัวเราดีที่สุดไง เราวิ่งหอบจะแย่อยู่แล้ว เกิดพี่หัวใจวายบนลู่วิ่งเธอจะช่วยฉันไหม ค่อย ๆ ไปได้ไหมเป็น 162 ได้ไหมแทนที่จะเป็น 168 มันก็ยอม มันก็บอก I understand you very much เราต้องคุยกับมัน อันนี้เรียกว่าทะเลาะกับมัน เราต้อง be strong แต่วันที่เครื่องจะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่นะ recovery จะบอกว่าเท่าไหร่ก็แล้วแต่ แต่พอตื่นมาแล้วเราสดชื่นมันมีพลังอยากให้รู้สึกว่าเราอยากจะกินดี อยากจะออกกำลังกาย รู้สึกว่าหน้าอิ่มฟูสวยมากอย่างนี้คือเรื่องการนอนมันก็ช่วยจริง ๆ

ถ้าไม่มีเทคโนโลยีจะออกกำลังกายไหม ?

คริส หอวัง : จริง ๆ พอเดือนแรกที่มันบังคับมาก ๆ เราก็รู้สึกว่าชีวิตฉันขนาดแม่ฉันยังไม่บังคับฉันเลย ทุกคนคือปล่อยให้คริสเป็นอิสระหมดเลย ถ้าบังคับฉันมากฉันจะใส่เธอแค่ 3 เดือนนะ สุดท้าย 3 เดือนนี้ที่พี่คิด คิดว่าจะได้รับความรู้ที่มันให้ว่าแบบนี้คือ perfect for you แล้วถ้าหลังจาก 3 เดือนมันทำให้ลำบากก็คิดว่าจะถอดมัน แล้วก็จะทำสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาแล้ว 3 เดือน เพราะไม่อยากเป็นสิ่งที่ AI มาสั่งเราตลอดเวลา แต่เราใช้เขาในการเรียนรู้ว่า คำแนะนำแบบนี้คือดีที่สุดสำหรับเรา แต่ถ้าเกิดว่าเดือนที่ 4 เขาไม่วุ่นวายกับคริสมาก แล้วก็ทำให้ค่า AGEs ของเราเด็กลงๆ เพราะสิ่งพวกนี้เราไม่มีทางรู้ เราต้องใช้เครื่องพวกนี้ช่วยอยู่แล้ว อันนี้คริสคิดว่าเขาก็อาจจะได้อยู่ต่อ ถ้าเขาเรื่องมากจะโดนทิ้ง

 

 

เคยมีปัญหาเรื่องผิวบ้างไหม ?

คริส หอวัง : มีตอนช่วงที่ทำงานหนัก ๆ เมื่อ 7-8 ปีที่แล้วที่โหมวันละ 2 งาน 3 งาน แล้วก็มีถ่ายละครด้วย เวลาถ่ายละครเมืองไทยก็ชอบไม่ให้เปิดแอร์เพราะว่าเดี๋ยวเสียงไม่ดี แต่ว่าเราก็แต่งตัวเหมือนเราอยู่เกาหลีแต่เราอยู่ประเทศไทย เสร็จแล้วเแบบเหงื่อก็แตก แล้วก็กำลังเล่นซีนที่มันมากเลย อรรถรสกำลังมันมากเลย คัท ซับหน้า ห้ามหน้ามันแต่ชุดอยู่เกาหลีและปิดแอร์ ก็จะเป็นแบบว่าตอนนั้นจะมีความแพ้ง่ายมาก ๆ กับหน้าแล้วก็สิวขึ้น สิวอุดตันไม่ใช่สิวอักเสบนะ เป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ อันนั้นเป็นบทเรียนของคริสเลยว่าจริง ๆ เราต้องทำให้ผิวเราแข็งแรงก่อน ก่อนที่เราจะไปสู้รบกับทั้งหมดพวกนี้เพราะนี่มันเป็นงานของเรา เราเลือกไม่ได้ แล้วอากาศเมืองไทยเราเลือกไม่ได้ จะหวังว่าเขาจะยกกองไปถ่ายที่เมืองนอกตลอดเป็นไปไม่ได้

 

พอเข้าเลข 4 เรื่องความแพ้ก็อาจจะไม่ใช่ประเด็นมากแล้วใช่ไหม ?

คริส หอวัง : พอหลังจากตอนนั้นกลุ้มใจเพราะว่าสุดท้ายหน้ามันแพ้ แต่พรุ่งนี้เรายกเลิกงานไม่ได้ เพียงเพราะว่าหน้าคุณแพ้เหรอ คุณจะบอกให้คน 100 คนในกองโฆษณายกเลิกเหรอ ลูกค้าเสียหาย เราก็ทำไม่ได้ เราก็ต้องเอาหน้าที่เราไม่มั่นใจไปทำงาน แล้วก็ทำให้มันเหมือนเรามั่นใจ เพราะว่าลูกค้าทุกคนเขาก็คาดหวังให้เราไปแล้วก็ว้าวอะไรอย่างนี้ อันนั้นเป็นบทเรียนของคริสที่ทำให้เรียนรู้ว่าต้องทำให้ผิวของเรามันแข็งแรงก่อน

 

มีริ้วรอยไหม ?

คริส หอวัง : มีริ้วรอยมีอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องริ้วรอยมันก็ได้ถูกรักษามาหลาย ๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราลองหลาย ๆ แบบ แล้วอันไหนเห็นผลเราก็เก็บไว้บนเคาน์เตอร์ของเรา มันก็จะอยู่กับเราตลอด ถ้าเกิดว่าไปหาหมอคลินิกอะไรแบบนี้ คริสก็ไปตามปกติเหมือนทุกคนนั่นแหละแต่ว่าคริสไม่ได้ทำเยอะ จะทำแบบธรรมชาติเนื่องจากว่าอันนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากดูดี แต่คริสเชื่อว่าทุกคนถ้าเห็นคริสจากเหมยลี่แล้วที่แต่งหน้าแบบ 0 เลย คือเหมยลี่นี่คือ 0 จริง ๆ เขาก็คงจะยอมรับเราได้ ทุกวันนี้คริสออกไปข้างนอกแล้วไม่แต่งหน้า บางทีก็รู้สึกว่าหรือฉันต้องทาลิปนิดหนึ่งไหม หรือฉันต้องแต่งหน้านิดหนึ่ง แต่บางทีก็คิดว่าขี้เกียจ

 

ไม่แต่งหน้าก็คือรอด ?

คริส หอวัง : แต่งก็ดีกว่าเหมือนทุกคน แต่งมันก็ดีกว่าเราก็มั่นใจกว่า เราก็เหมือนผู้หญิงทุกคนแหละแต่ว่าบางวันมันขี้เกียจจริง ๆ เช่น ไปซูปเปอร์มาร์เก็ตหรืออะไรใด ๆ อะไรอย่างนี้ พี่เป็นคนแบบขี้เกียจ

 

ไม่กินน้ำตาลมาเป็น 10 ปีแล้ว ?

คริส หอวัง : อันนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่โชคดีเหมือนกัน คือตั้งแต่เด็ก ๆ เรื่องอาหารมันก็เป็นเรื่องสำคัญ

 

 

อยากให้แชร์มุมมองของ longevity ให้ฟังหน่อยว่ามีมุมมองยังไง ?

คริส หอวัง : จริง ๆ ก็ไม่ได้เก่งหรอกนะ แต่ว่าก็เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับทุกคน คริสถามคำหนึ่งกับ Longevity เราอยากมีอายุยืนยาวไปเพื่ออะไร คือเราก็ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราอยากอยู่บนโลกนี้นาน ๆ เพราะว่าเราอยากมีสุขภาพที่แข็งแรง อยากอยู่กับครอบครัวเราไปนาน ๆ อยากอยู่กับหมาเรา อยากอยู่กับแฟนเรา ตอนเราอยู่เราอยากสวยไหม เราอยู่ไปนาน ๆ ก็ไม่อยากป่วย คำตอบพวกนี้มันคือคำตอบที่ทำให้เราไปสู่ longevity ในแบบของเรา เช่น คริสบอกว่าคำตอบของคริสคืออยากอยู่ไปนาน ๆ แบบสุขภาพดี แปลว่าเราก็ต้องมานั่งเชื่อพวกนี้ที่มันบอกเราว่าคุณควรออกกำลังกายนะ คุณควรนอนให้พอนะ วันนี้กินน้ำหรือยัง คุณกินน้ำครบถึงลิตรครึ่งหรือยังวันนี้อะไรอย่างนี้ คุณทำ breathwork หรือยัง ได้ลองทำ meditation บ้างหน่อยไหม คือเครื่องพวกนี้คริสว่ามันเป็นเครื่องที่ช่วยเตือนเรา เราจะทำหรือไม่ทำมันไม่รู้หรอก เราก็ป้อนข้อมูลไปว่าทำแล้ว เราจะหลอกมันแต่ว่าเราซื่อสัตย์กับตัวเองเพื่อ longevity ของเรามากแค่ไหน ถ้าเราทำมันก็ดีกับเรา อาหารก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดว่าเราอยากหุ่นดี สวย ออกกำลังกาย กินอาหารที่ดีมันก็ช่วยส่งเสริม มันอาจจะไม่เห็นวันนี้พรุ่งนี้นะ เดี๋ยวอีก 10 ปีมาวัดกัน มันไม่มีอะไรที่เป็นยาวิเศษเหมือนในเมทริกซ์ Red Pill Blue Pill มันไม่มี เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม จะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าผิวกายหรือแม้กระทั่งไปหาหมอ หรือการออกกำลังกายก็ตาม มันไม่เห็นผลพรุ่งนี้นะ แต่อีก 10 ปีมาวัดกัน เราอยู่ถึงอยู่แล้ว เพราะว่าพยายามทำทุกอย่างเพื่อ longevity เพราะฉะนั้น 10 ปีเราอยู่ถึงอยู่แล้ว ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าเวลาเราคุยกับคนอื่น มันก็จะมีบทสนทนาว่าไปลากเพื่อนคนนี้มาออกกำลังกายสิ มันดูห่อเหี่ยว มันดูไม่สดชื่นเลย กับอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้องแล้วเขาดูสุขภาพดี เขาดูออกกำลังกาย เขาดูฟิตอย่างนี้ เขาก็จะดูหล่อสวยขึ้นมา ฉะนั้นคือนั่นแปลว่าเวลาคุณสะสมพลังของการออกกำลังกาย หรือการทำอะไรก็ตามที่ทุกคนบอกว่าสุขภาพดีทำไปเถอะ เพราะเดี๋ยววันหนึ่งมัน shine ออกมา มายืนคู่กันกับคนที่กินเหล้าทุกวัน เมาทุกวัน นอนไม่พอ กับคนที่ออกกำลังกายทุกวันทุกเช้าอย่างนี้มายืนเทียบกัน มันเห็นจริง ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเหมือนกัน มันมีหลายคำมากเลยแต่มันมีคำหนึ่งที่มันโดนใจคริสมาก คิดยังไงกับคำว่า Beauty Longevity เวลามีใครมาชมคือมันเป็นเหมือนกำลังใจในการ boost เติมเหรียญให้กับสิ่งที่เราทำ Beauty Longevity หรือว่าการออกกำลังกายหรือการกินอะไร เวลามีคนมาชมว่าช่วงนี้ไปทำอะไรมาผิวดูเปล่งปลั่ง เธอดูสดชื่นมากเลยเหมือนเติมพลังนะ ถ้าเกิดอธิบายเหมือนแบบว่าเวลาคนกำลังไดเอทอยู่ แล้วอยู่ดี ๆ เพื่อนมาบอกว่าผอมลงหรือเปล่า มีกำลังใจเราทำต่อ

 

การลงทุนที่ดีที่สุดคืออะไร ?

คริส หอวัง : การลงทุนที่ดีที่สุดเหรอ หมายถึงกับตัวเองใช่ไหม ของคิมคืออะไร

 

คิม เบอร์ลี่ : คิมว่าการรักษาสิ่งที่เราทำได้นี่แหละ ก็คือเรื่องออกกำลังกลายเป็นหลักแล้วก็การนอน คิมว่าการที่เรานอนเยอะ ๆ ก็เป็นการลงทุนที่ดีใน Longevity ข้างหน้าด้วย

 

คริส หอวัง : คริสคล้าย ๆ คิมเหมือนกัน เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันคงต้องกลับมาที่การลงทุนกับตัวเรา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของเราตอนนี้คือเรื่องมีความสุข แต่เราก็ต้องแจงมาอีกเรื่องมีความสุขของเรามันต้องใช้อะไรบ้าง เงินเหรอ เวลาไหม ได้กินอาหารอร่อยไหม ความรักจากคนรอบข้าง จากครอบครัว กับแฟน กับสัตว์เลี้ยง กับลูก กับอะไร เราต้องการอะไร ความสุขของทุกคนมันไม่เหมือนกัน แต่ความสุขของคริสตอนนี้คือเวลา เวลาที่คริสเลือกสามารถจะทำอะไรก็ได้ คือทำงานมาเยอะมากแล้ว ทำงานมาหนักมาก เราเคยอดหลับอดนอน ถ่ายนั่นถ่ายนี่เราเคยทำมาหมดแล้ว ในอายุนี้ของคริส ความสุขของอันดับ 1 คือเมื่อจะได้มาด้วยความสุข เวลาเป็นตัวบวกสำคัญในการจะเท่ากับความสุข เวลาบวกกับจุด ๆ อะไรก็แล้วแต่เท่ากับความสุข แต่มันต้องมีเวลาก่อนไง เช่น จุด ๆ วันนี้อาจจะเป็นเรื่องของรักตัวเองในการออกกำลังกาย พรุ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องฉันได้ไปนั่งเฮฮากับเพื่อน ในร้านอาหารที่ฉันอยากไปกินด้วย อีกวันหนึ่งอาจจะเป็นฉันต้องการทะเล ทุกอย่างของคริสมันกลายเป็นว่ามันต้องมีเวลาอยู่ในสมการนั้นเพื่อที่จะเท่ากับความสุข คำตอบของคริสก็คือเวลา เวลาเป็นสิ่งที่ลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวคริส อาชีพเรามันเป็นเรื่องของเราเอาชีวิตเราไปให้คนอื่น เราไม่สามารถบอกเวลาเริ่มที่แน่นอน บอกเวลาจบที่แน่นอน ถ้าเรามาไม่ตรงเวลากลายเป็นคนไม่น่ารัก เราขอไปก่อนเราเป็นคนไม่น่ารัก จะทำตามใจตัวเองบอก หนูไม่ใส่ค่ะอันนี้ เรากลายเป็นคนไม่น่ารัก เราไม่ทำตามสิ่งที่เขาบอกว่าละครมันมาแบบนี้เราต้องอยู่ในคาแรคเตอร์แบบนี้ เราอึดอัดที่จะอยากทำหรือไม่อยากทำ เราก็ต้องทำเพื่อที่จะให้งานมันดีที่สุด เพราะเราไม่อยากเป็นคนไม่น่ารัก เพราะฉะนั้นสุดท้ายเหมือนเวลามันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ สำหรับคริสในการแบบวันนี้ตื่นมาเราอยากทำอะไรเพื่อตัวเอง เราอยากจะไม่ทำอะไรเลยแล้วก็นอนดูซีรีส์ ชโลมตัวเองชโลมทุกอย่าง ผิว หน้า ผมอะไรอย่างนี้ คือเราอยากจะ take care ตัวเอง เรียกหมอนวดมานวด วันนี้อยากไปทำเล็บคือมันเป็นเวลาของเรา จะมีความสุขมาก

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เริ่มปรับโฟกัสในการดูแลตัวเองคืออะไร ?

คริส หอวัง : ก็ตอนเด็ก ๆ มันเละเทะมาก ๆ แล้วพอเราทำอาชีพนี้สิ่งหนึ่งที่เราต้องนำเสนอคือเราต้องไปแบบพร้อม เราก็ไม่อยากจะให้ใครรู้สึกว่าเรียกคุณคริส หอวังมาแล้วหน้าไม่พร้อมเลยสักอย่าง แบบผดก็ขึ้นทุกอย่างก็ขึ้น เราก็เลยเริ่มปรับโฟกัสในการมาดูแลผิวของตัวเองอย่างจริงจัง การดูแลผิวของคริสก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น เราก็เริ่มจากส่องกระจกนั่นแหละ ดูว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร ตรงนี้มันมีริ้วรอย ผิวเราทำไมมันดูไม่อิ่มฟู นอนตื่นมาเรารู้สึกสดชื่นแต่ผิวมันก็ยังหมองคล้ำอยู่อย่างนี้ เราก็ปรับโฟกัสมาดูในส่วนที่เรามีปัญหาก่อน แล้วหลังจากนั้นผิวพี่ก็เริ่มแข็งแรงขึ้น ๆ ผดมันก็เริ่มหายไป สุดท้ายผลิตภัณฑ์ที่เราเจอกว่ามันจะเจอนะเราก็ลองไปเยอะเหมือนกัน แต่พอเจอเราก็จะวางเขาไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเก็จะอยู่ตลอดไป เสร็จแล้วก็จะสวดมนต์ต่อว่าอย่าเลิกผลิตนะคะ ขอร้องอย่าเลิกผลิตนะคะ

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะย้อนกลับไปแก้อะไร ?

คริส หอวัง : เด็กสมัยนี้นะโชคดีมากเพราะว่ามีนวัตกรรมที่เขาคิดค้นขึ้นมาใหม่เยอะแยะไปหมด มีเทคนิคของคุณหมอสำหรับใครที่ชอบเข้าคลินิกก็รู้อยู่แล้วนะว่ามีอะไรบ้าง มีวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้สุขภาพเราดี แข็งแรง หน้าเปล่งปลั่งจากการออกกำลังกายหรืออะไรก็แล้วแต่ การกินอาหารอย่างนี้ ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำแบบวันนี้ตั้งแต่ตอนคริส 22 มันจะดีกว่านี้อีกเพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือการรักษา แต่คริสไม่ได้สนใจนะ คริสแค่อยากสวยแบบตามวัยของคริสไม่ได้อยากจะกลับไปหน้าเหมือน 22 มันต้องตึงขนาดนั้น เราอยากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นถ้าใครดูอยู่ น้องมีโอกาสที่จะได้ดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ทำเลยไม่ต้องรอ

 

มีวิธีหรือคำแนะนำให้สาว ๆ ในวัย 30 ไหม ?

คริส หอวัง : คำแนะนำให้กับทุกคนดีกว่าค่ะ แต่ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่คริสสะท้อนออกมาจากตัวคริส ใครทำได้ก็ทำใครรู้สึกว่ามันไม่ใช่สำหรับตัวเองก็ไม่เป็นไร สำหรับคริสรู้สึกว่านอกเหนือจากความรู้ต่าง ๆ ที่มากมายที่มีให้เราได้เสพแล้ว ได้ใช้แล้ว ได้เอามาใช้ประโยชน์กับตัวเราแล้ว ออกกำลังกาย กินน้ำ กินอาหารที่ดี ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีอะไรต่าง ๆ ควบคู่กันไป สิ่งหนึ่งที่มันสำคัญมากเลยคือเรื่องของความคิด คือถ้าความคิดดี เรามีความสุข เราไม่เครียด คริสว่าอันนี้มันส่งผลทุก ๆ อย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นการเปล่งปลั่งของผิว ไม่ปวดหัว ไม่ปวดท้อง ไม่เมื่อย ไม่นอนแล้วเครียด คือความเครียดเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ถ้าเราสามารถทำความคิดของเราให้ดีคาดหวังจากโลกภายนอก จากคนอื่นให้ได้น้อยลง มันจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะมาก

สามารถติดตาม  Kim’s Mirror ”  ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot , Youtube : Alive Dot  

คลิกชมรายการย้อนหลัง  :  https://www.youtube.com/watch?v=iTQJA3j2Kag

 

 

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง

Facebook: Alive Dot , Youtube : Alive Dot , IG : alivedotlife

TikTok : alivedotlife

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

 

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews