สรุปไทม์ไลน์ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” 11 พ.ค.

อาชญากรรม ข่าว

 

“กรมราชทัณฑ์” กางไทม์ไลน์การพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร”คาดได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ วันที่ 11 พ.ค. 69

 

หลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปีจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งตอนนี้นายทักษิณได้คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ มาแล้ว 5 เดือน และเมื่อคุมขังครบ 8 เดือนในวันที่ 9 พ.ค. 2569 ก็จะเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษหนึ่งปี ที่จะได้รับการพิจารณาเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปล่าสุด กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงกรณีการพักการลงโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ระบุว่า การพิจารณาเป็นไปตามกรอบพระราชบัญญัติราชทัณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยืนยันไม่มีการเลือกปฏิบัติ

โดยเอกสารระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษ 1 ปี เริ่มนับโทษตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 และครบกำหนดในวันที่ 9 กันยายน 2569

อย่างไรก็ตาม ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง นักโทษเด็ดขาดสามารถยื่นขอพักการลงโทษได้เมื่อรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ

กรมราชทัณฑ์คำนวณตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การนับวันจำคุก โดย 2 ใน 3 ของโทษ 1 ปี (365 วัน) เท่ากับ 244 วัน หรือ 8 เดือน 4 วัน ทำให้เข้าเกณฑ์พักการลงโทษในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หากผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการ

สำหรับเงื่อนไขการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง กรมราชทัณฑ์ย้ำว่า การพิจารณาพักการลงโทษเป็นกระบวนการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และดำเนินการในมาตรฐานเดียวกันกับนักโทษเด็ดขาดรายอื่นๆ

 

ทางด้าน นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการพักโทษกรณีทั่วไปของนายทักษิณ ชินวัตร ว่า ตามขั้นตอนแล้วการพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำฯ ว่าใครมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีคุณสมบัติเงื่อนไขเข้าเกณฑ์นั้น ลำดับแรกจะต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการในระดับเรือนจำก่อน และเมื่อมีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษเป็นการทั่วไปเรียบร้อยแล้วว่ามีจำนวนกี่ราย ทางเรือนจำฯ จึงจะนำเสนอรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมดนั้นมายังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะนำเสนอไปยังลำดับสุดท้าย คือ คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

ในขณะนี้ ทางคณะกรรมการเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่ได้มีการสรุปจำนวนรายชื่อผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไปมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ ว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้นกี่ราย แต่โดยหลักการแล้วจะต้องมีการนำรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังเสนอมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 1-2 เดือน ซึ่งตนเข้าใจว่าจำนวนผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษอาจมีไม่ถึง 500 ราย

 

ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมีโทษ 1 ปี ดังนั้นเกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษดังกล่าว หากจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติก็คือต้องคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และอดีตนายกรัฐมนตรีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 เมื่อคำนวณดูแล้วก็จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 9 พ.ค. 2569 ในการพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขัง ทางคณะกรรมการจะต้องดำเนินการมีความเห็นชอบให้ครบทั้ง 3 ลำดับชั้นเรียบร้อยก่อน

นายยุทธนา กล่าวว่า นอกจากบทบาทในส่วนของกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังแล้วนั้น หากผู้ต้องขังรายใดที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ ระหว่างนี้ทางเรือนจำและกรมคุมประพฤติจะเข้ามามีบทบาทร่วมกันในเรื่องของการสืบเสาะในส่วนของผู้อุปการะผู้ต้องขังรายนั้นๆ โดยเรือนจำจะทำหนังสือไปถึงกรมคุมประพฤติ เพื่อขอให้สืบเสาะว่าผู้อุปการะของผู้ต้องขังคือใคร ที่พักอาศัยของผู้อุปการะอยู่ที่ใด ผู้อุปการะมีความสามารถในการดูแลผู้ต้องขังอย่างไรบ้าง เมื่อไปอยู่ในสถานที่อุปการะ และสถานที่อุปการะคือที่ใด เป็นต้น

จากนั้น กรมคุมประพฤติจึงจะมีการกำหนดพื้นที่ให้ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติ และกรมคุมประพฤติก็จะได้ทำหนังสือมาสอบถามเรือนจำว่ามีความเห็นด้วยกับการพักโทษหรือการไม่พักโทษอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการในเรือนจำก็จะได้มีการประชุมหารือกัน ซึ่งคณะกรรมการในเรือนจำ นอกจากจะมี ผบ.เรือนจำ ผอ.ทัณฑสถาน แล้วนั้น ก็ยังมีผู้แทนจากกรมคุมประพฤติ ผู้แทนจากฝ่ายปกครอง ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมประชุมด้วยกัน 5 ราย

 

เพื่อมีความเห็นควรหรือไม่เห็นควรอนุมัติพักการลงโทษผู้ต้องขังหรือไม่ และจึงส่งความเห็นนั้นไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเมื่อเรื่องมาถึงกรมราชทัณฑ์ ก็จะได้จัดการประชุมกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนส่งความเห็นไปยังคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น เพื่อร่วมกันพิจารณา

 

ทั้งนี้ แม้ว่าวันที่ 9 พ.ค. 2569 จะตรงกับวันเสาร์ แต่เราก็มีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งหากบุคคลได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ทางเรือนจำฯ ก็มีหน้าที่ต้องปล่อยตัวไปตามขั้นตอน โดยในตอนเช้าประมาณ 07.00-08.00 น. เจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบเรื่องเอกสารต่าง ๆ ของผู้ต้องขัง ก่อนที่ญาติและครอบครัวจะมารับตัวไปพักโทษคุมประพฤติยังสถานที่ที่ผู้อุปการะแจ้งไว้

 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการไปพักโทษคุมประพฤติ หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขการพักโทษ ก็จะต้องถูกนำตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำตามกำหนดโทษที่เหลือทันที โดยในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่มีโทษน้อย 1 ปี ดังนั้นในเรื่องของการใส่กำไล EM ก็ไม่มีความจำเป็น แต่จะต้องมีการไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ อีกทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่ในเดือน พ.ค.นี้ ก็จะรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน ก็จะได้ไปพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 4 เดือน ก็จะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีพักโทษคุมประพฤติครบถ้วนแล้ว จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำฯ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews