ครบรอบ 3 ปี พรบ.ทรมาน เยียวยาเหยื่อ 33 ราย ชดเชยกว่า 8.2 ล้านบาท รมว.ยุติธรรม เร่งขับเคลื่อนกฎหมาย 3 มิติ
วันนี้ (23 ก.พ.69) ที่ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ยุติธรรมต้องมา เยียวยาต้องมี 3 ปี พ.ร.บ.ทรมานฯ”โดยท่านรัฐมนตรีได้ประกาศความก้าวหน้าของการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยยืนยันเจตนารมณ์ในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ปล่อยให้การละเมิดสิทธิร้ายแรงเกิดขึ้นโดยปราศจากความรับผิด
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา การขับเคลื่อนกฎหมายมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1. การป้องกันเชิงระบบ อาทิ การกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงระหว่างการควบคุมตัว การแจ้งข้อมูลการควบคุมตัวอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ญาติหรือผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อมูลลดความเสี่ยงการละเมิดสิทธิ และปิดช่องว่างของการควบคุมตัวในพื้นที่ปิด
2. การตรวจสอบและสร้างความรับผิด ได้แก่ บัญญัติฐานความผิดเฉพาะกรณีการทรมาน การกระทำที่โหดร้ายฯ และการบังคับให้บุคคลสูญหาย โดยไม่สามารถอ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชาเป็นเหตุยกเว้นความผิด พร้อมทั้งวางกลไกสอบสวนตามมาตรฐานสากล เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างจริงจัง รวดเร็ว และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน
3. การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย โดยปีนี้เป็นไฮไลท์สำคัญ เนื่องจากได้มีการบังคับใช้ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู้ผู้เสียหาย พ.ศ. 2568
ซึ่งได้จัดตั้งกลไกเยียวยาที่มีหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และกำหนดสิทธิที่ชัดเจน ซึ่งการเยียวยาดังกล่าว ไม่ใช่เพียงการชดเชย ทางการเงินเท่านั้น แต่คือการยอมรับความจริงและความรับผิดของรัฐต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเยียวยาในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงินควบคู่กันไปด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2568 – 22 ก.พ. 2569 มีผลการช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งสิ้น จำนวน 33 กรณี
แบ่งเป็น ฐานกระทำทรมาน 9 ราย ฐานกระทำการที่โหดร้ายฯ 20 ราย ฐานกระทำให้บุคคล สูญหาย 4 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,283,705 บาท พร้อมด้วยการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่มิใช่ตัวเงิน อาทิ การประสานเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำความผิดขอโทษผู้เสียหายโดยเปิดเผย ต่อสาธารณะ การฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ผู้เสียหายหรือครอบครัวผู้เสียหาย และการประสานหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อกำชับการปฏิบัติงาน เป็นต้น
ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ยุติธรรมต้องมา” คือ หลักการสำคัญ และ “เยียวยาต้องมี” คือหัวใจของการขับเคลื่อนในปีนี้ กระทรวงยุติธรรมจึงขอยืนยันความมุ่งมั่นในการยุติการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พร้อมทั้ง ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นหลักประกันที่มั่นคงของสังคมไทยอย่างแท้จริงต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews