ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังอาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง หรือ Oncogenesis (อองโคจีเนซิส)” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563 ) ชั้นปีที่ 3 รุ่นที่ 4 ภาคการศึกษาที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน โดยมีรักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน, ดร.ฐากูร พานิช, นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์, ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ, นายสยุมพร ลิ่มไทย และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พร้อมผู้บริหารและคณาจารย์ เฝ้ารับเสด็จและ เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย รวมจำนวน 51 คน

สำหรับครั้งนี้ ทรงบรรยาย ถึงการรักษาโรคมะเร็งที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีทางชีวการแพทย์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะการรักษาแบบ “เซลล์บำบัด” หรือ Cell Therapy เช่น การนำเซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยมาปรับแต่งพันธุกรรมให้สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ซึ่งเรียกกันว่า CAR T-cell therapy ปัจจุบัน ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในการรักษามะเร็งของระบบเลือดบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ดื้อต่อการรักษาในวิธีแบบมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น ภาวะการอักเสบทั่วร่างกายจากภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไป และภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท จึงจำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลเฉพาะทาง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง เนื่องจากกระบวนการผลิตเซลล์ต้องทำเฉพาะบุคคล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และต้องมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการรักษา คือ CRISPR/Cas9 (คริสเปอร์-แคสไนน์) เป็นเทคโนโลยีตัดต่อยีนที่สามารถแก้ไขสารพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำ มีศักยภาพในการพัฒนาแนวทางรักษามะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งที่ดื้อต่อการรักษา และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาร่วมกับเซลล์บำบัด เช่น การปรับแต่งยีน ของ T-cell (ทีเซลล์) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งนี้ เทคโนโลยีนี้ ยังมีข้อจำกัด ด้านความแม่นยำในการตัดต่อยีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยีนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ และอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้ง ยังมีประเด็นด้านจริยธรรม โดยเฉพาะการตัดต่อยีนในตัวอ่อนหรือเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อรุ่นลูกหลานในอนาคต ดังนั้น แม้เทคโนโลยีทั้ง 2 แบบนี้ จะเป็นความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง แต่การนำมาใช้ยังต้องผ่านการวิจัยและประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย และลดความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งองค์ความรู้เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” หรือ oncogenesis ยังเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนายาแบบมุ่งเป้า ที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง ลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษามากยิ่งขึ้น

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ ๒๓ ของไทย ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภา จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก เพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ ที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นกำลังสำคัญ ของการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews