“โอฬาร”จับตานโยบายมั่นคงนำโดด ควบรวมทุกมิติ

การเมือง ข่าว

 

 

โอฬาร ชี้ “ภูมิใจไทย”เปิดตัวโชว์ความแข็ง เดินเกมเร็ว เปลี่ยนความต้องการประชาชน เป็นแนวปฏิบัติ ส่งสัญญาณดูแล ความมั่นคง เศรษฐกิจ จับตานโยบายความมั่นคงนำโดด ควบรวมทุกมิติ

 

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นต่อการสื่อสารของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับทิศทางนโยบายรัฐบาล ว่าเนื้อหาที่สื่อสารสะท้อนแนวคิด “จากฉันทามติของประชาชนสู่การปฏิบัติ” หรือ “พูดแล้วทำพลัส” โดยวางบทบาทพรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบทั้งมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจควบคู่กัน

 

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ภายใต้บริบทของรัฐบาลผสม พรรคจำเป็นต้องทำหน้าที่ประสานผลประโยชน์ทางการเมืองและกำหนดยุทธศาสตร์เชิงระบบไปพร้อมกัน โดยหลังการเลือกตั้ง พรรคได้วางตำแหน่งตนเองเป็น “พรรคที่มากด้วยเสถียรภาพ” จากคะแนนเสียงประชาชน ขณะที่พรรคอื่นอ่อนแอลง เท่ากับพรรคภูมิใจไทย มีพลังในการกำหนดทิศทางของประเทศ มุ่งความต่อเนื่องของนโยบาย ลดแรงปะทะทางการเมือง และรักษาดุลยภาพภายในรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อเสถียรภาพของสถาบันการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่าน

 

ในด้านภาวะผู้นำ มองว่าบทบาทของหัวหน้าพรรคสะท้อนลักษณะผู้นำเชิงประสาน (coordinative leadership) เน้นสร้างฉันทามติในคณะรัฐบาลควบคู่กับการกำหนดทิศทางนโยบายหลักความสามารถในการเชื่อมโยงพรรคร่วมและกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ร่วม เป็นกลไกที่ทำให้รัฐบาลผสมสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเอกภาพ

 

สำหรับมิติความมั่นคง การกำหนดบทบาทความรับผิดชอบอย่างชัดเจนถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยวางเสถียรภาพเป็นฐานของการพัฒนา พร้อมบูรณาการการทูตการทหาร และกลไกพลเรือน สอดคล้องแนวคิดความมั่นคงแบบองค์รวมที่ขยายจากความมั่นคงของรัฐไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐสามารถปกป้องผลประโยชน์สาธารณะได้

 

ด้านเศรษฐกิจ เห็นว่าการใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนการบริหารแบบเทคนิค (technocratic approach) มุ่งผลลัพธ์รูปธรรม ทั้งการฟื้นเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งเข้ากรอบการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ทำให้พรรคถูกวางภาพเป็นกลไกที่เน้น “ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ” และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน

 

“การผสานบทบาทด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นยุทธศาสตร์องค์รวม เป็นความต้องการของพรรคภูมิใจไทย ว่า จะเอาแน่ เพราะความปลอดภัยและความมั่งคั่งเป็นเงื่อนไขเกื้อหนุนกันเสถียรภาพความมั่นคงเอื้อต่อการลงทุน ขณะที่เศรษฐกิจที่เติบโตช่วยลดแรงกดดันทางสังคมที่กระทบเสถียรภาพประเทศ คิดว่า พรรคภูมิใจไทย ประเมินความต้องการของประชาชนแล้วจึงกล้าพูดมาโต้งๆ ว่า ดูแลรับผิดชอบในส่วนงานไหน โดยไม่กังวลความเสี่ยงทางการเมืองจากพรรคร่วม”

 

รศ.ดร.โอฬาร ยังวิเคราะห์การออกแบบสารทางการเมืองว่า การเน้น ความไว้วางใจ และให้ความหมายกับทุกคะแนนเสียง เป็นการสร้างความชอบธรรมทางอำนาจบนฐานความยินยอมของประชาชน พร้อมวางผู้นำในภาพ “ผู้พิทักษ์รัฐ” ผ่านการย้ำอธิปไตยและความปลอดภัย ขณะเดียวกันการสื่อสารเรื่องทีมมืออาชีพและทีมประเทศไทยช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและเพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

 

นอกจากนี้ การใช้ถ้อยคำที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชน ยังสะท้อนภาวะผู้นำแบบผสมระหว่างความเข้มแข็งกับการรับใช้สาธารณะ (servant leadership)ซึ่งมีผลต่อความไว้วางใจในระดับบุคคลและเสถียรภาพของรัฐบาลผสม

 

“ภาพรวมการสื่อสารช่วงจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นการวางบทบาทผู้นำที่เชื่อมโยงระดับรัฐ เศรษฐกิจ และชีวิตประชาชนเข้าด้วยกัน จุดเด่นคือการผสานผู้นำที่เข้มแข็งกับผู้นำที่รับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งเป็นฐานของความเชื่อมั่นและความชอบธรรมในระบอบรัฐสภา” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews