We Watch จี้ กกต.รับผิดชอบผิดพลาดเลือกตั้งปี 69

การเมือง ข่าว

 

We Watch จี้ยกแผง กกต. รับผิดชอบความผิดพลาดเลือกตั้งปี 69 เรียกร้องเปิดข้อมูลทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส ลั่น หากเรียกความเชื่อมั่นคืนไม่ได้ ควรพิจารณา “ลาออก”

 

กลุ่ม We Watch ร่วมกับภาคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดและปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ เมื่อปี 2569 พร้อมขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อข้อกล่าวหาทุกประเด็นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 

 

ตัวแทนกลุ่ม We Watch แถลงว่า แม้การเลือกตั้งจะเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย แต่การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้กลับปรากฏข้อผิดพลาดความผิดปกติ และปัญหาจำนวนมาก ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง ส่งผลให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในวงกว้าง และนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

 

 

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึง “วิกฤตความเชื่อมั่น” ต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน โดยกลุ่ม We Watch ระบุว่า ความชอบธรรมของ กกต. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องยึดโยงกับความไว้วางใจของประชาชนในสังคมเป็นสำคัญ

 

 

ทั้งนี้ กลุ่ม We Watch ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อ กกต. เป็นลำดับ ดังนี้

 

 

ข้อแรก เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม กกต. ควรเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรวจสอบได้โดยทันที โดยต้องเปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100% ผ่านระบบ ECT Report พร้อมทั้งเร่งเผยแพร่เอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ตามระเบียบ รวมถึงพิจารณาเปิดเผยภาพกระดานขีดคะแนน (แบบ 5/11) และข้อมูลคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกประเภท อย่างโปร่งใส นอกจากนี้ ยังต้องชี้แจงปัญหาการจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งจำนวนบัตรที่มีปัญหา ลักษณะของปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึ้น

 

 

ข้อสอง กกต. ต้องชี้แจงข้อสงสัยของสาธารณชนอย่างเป็นระบบ มีหลักฐานรองรับ และตรวจสอบซ้ำได้ โดยเฉพาะกรณีคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกัน รวมถึงปัญหาระบบรายงาน ผลขัดข้องหรือเว็บไซต์ล่ม ซึ่งต้องอธิบายเชิงเทคนิคด้านระบบคอมพิวเตอร์อย่างชัดเจน เปิดเผยโครงสร้างการทำงานของระบบรายงานผล ใครมีอำนาจเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลมีการปรับข้อมูลกี่ครั้ง แก้จากอะไรเป็นอะไร และด้วยเหตุผลใด พร้อมยืนยันมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

 

 

สำหรับกรณีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนจำนวนมากกังวลว่าอาจนำไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลจนสามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิ หรือกระทบต่อหลักการลงคะแนน โดยลับนั้น กลุ่ม We Watch เรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งวัตถุประสงค์ ขอบเขต และขั้นตอนการใช้งานในทุกระดับ มาตรการป้องกันการเชื่อมโยงข้อมูลกับตัวบุคคล กลไกทางเทคนิคและกฎหมายที่รับประกันความลับ ตลอดจนกระบวนการจัดเก็บ เข้าถึง และทำลายข้อมูล รวมถึงแผนรับมือหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล

 

 

ข้อสาม ให้ กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งนับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยหรือเขตที่มีข้อสงสัย โดยต้องเปิดกระบวนการต่อสาธารณะ ให้มีประชาชน ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบพร้อมถ่ายทอดสดหรือบันทึกภาพการนับคะแนนใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าหีบบัตรถูกจัดเก็บและซีลอย่างถูกต้อง ไม่มีการปนเปื้อนหรือผิดขั้นตอน

 

 

ข้อสี่ เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งอย่างจริงจัง โดยมองว่าการตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. เป็นกลไกตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรถูกมองเป็นภัยหรือสร้างความหวาดกลัว เพราะการเปิดพื้นที่ตรวจสอบคือหัวใจของความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ

 

 

ข้อห้า กกต. ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่า หากมาตรการทั้งหมดไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ ผู้ดำรงตำแหน่ง ควรพิจารณาความรับผิดชอบของตนเองอย่างจริงจัง รวมถึงการ “ลาออก” เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

 

 

นอกจากนี้ กลุ่ม We Watch ยังเสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้าง กกต. ในระยะยาว ทั้งการปฏิรูปที่มาให้มีความเป็นอิสระและยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น การฟื้นบทบาท กกต. จังหวัด เพื่อแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ได้รวดเร็ว และการทบทวนอำนาจของ กกต. ที่ถูกรวมศูนย์ไว้มากเกินไป จนเปรียบเสมือนถืออำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการไว้ในองค์กรเดียว รวมถึงประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนกับวุฒิสภา

 

 

ด้านนางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ระบุว่า การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติครั้งนี้เต็มไปด้วยข้อสงสัยและข้อครหา ซึ่ง กกต. จำเป็นต้องตอบให้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และนับคะแนนอย่างถูกต้องหรือไม่ พร้อมชี้ว่า ความเชื่อมั่นต่อ กกต. ที่มีอยู่อย่างจำกัดอยู่แล้ว ยิ่งลดลงอย่างมากหลังวันที่8 กุมภาพันธ์ และคำถามสำคัญคือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่ กกต. เอง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews