ตอกกลับกัมพูชาแบบนิ่งๆ “ประเพณีสงกรานต์ไทย” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก แล้ว ตั้งแต่ปี 2566 มีผลสมบูรณ์ แม้เขมรเตรียมรอขึ้นทะเบียนในปี 2570 ก็ไม่กระทบไทย
ด้วยความห่วงใย เมื่อวันที่ 14 ก.พ. เพจ “ASEAN มอง ไทย” โพสต์ข้อความระบุว่า กัมพูชาได้ยื่นขอขึ้นทะเบียน “มหาสงกรานต์” กับ ยูเนสโก ในชื่อ “Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia” หรือ “โมหาสังกรานต์ ชนัม ทเม็ย, ปีใหม่เขมรแบบดั้งเดิมในกัมพูชา”
ข้อความในโพสต์ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของ UNESCO ในสาขามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ (ICH) แล้ว และคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในช่วงปี 2027–2028 ต่อจากรายการ “ประเพณีแต่งงานเขมรแบบดั้งเดิม” ซึ่งคาดว่าจะได้รับการพิจารณาในปี 2026
เพจ ยังระบุอีกว่า ในปีถัด ๆ ไป คาดว่ากัมพูชาจะยื่นเสนอปีละ 1 รายการ โดยยกตัวอย่าง “มวยกุนขแมร์” ซึ่งมีความแตกต่างจากศิลปะการแสดงโบกะตอร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไปแล้วในปี 2022 รวมถึงประเพณีลอยกระทงแบบเขมรโบราณ เป็นต้น
นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก “ASEAN มอง ไทย” ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “เลิกทะเลาะการเมืองกันเมื่อไหร่บอกนะ เช้านี้เขมรยื่นจดทะเบียน ‘มหาสงกรานต์’ กับองค์การ UNESCO”
แต่ข่าวนี้เป็นไปประเด็นไม่นานน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม “นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์” ชี้แจงกรณีกระแสข่าวนี้เป็นความจริง
แต่ไม่กระทบต่อสถานะ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ซึ่งประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566
ฉะนั้น การขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น โดยการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ
นางสาวซาบีดา ยังได้เสริมอีกด้วยว่า ไทยยังมีรายการที่เตรียมเสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดย “ชุดไทย” มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในปีปลาย 2569 นี้
จึงขอให้พี่ประชาชนชาวไทยสบายใจได้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้อง วัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นชองชาติไทยอย่างแข็งขัน
การสื่อสารคือเรื่องสำคัญ รมว.วัฒนธรรม มอบหมายกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าว ของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews