กกต.แจงทุกประเด็นสังคมสงสัยในการเลือกตั้ง ย้ำทำงานเชิงรุก พร้อมเตือนหากวิจารณ์เกินจริงเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้ง สส.และการลงประชามติ เมื่อวันที่ 8กพ.นั้น เกิดกระเเสวิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงานกกต.หลายกรณีเเละเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของกกต.รวมทั้งเรียกร้องให้กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆโดยเปรียบเทียบงบประมาณกว่า8.9พันล้านบาทที่ใช้ไปในวันที่8กพ.ว่าไม่คุ้มค่า/ไม่โปร่งใสนั้น
เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เปิดเผยว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการกกต.ได้หารือกันเเล้วตั้งเเต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการกกต.ได้กำชับเร่งรัดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.จังหวัด-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)/ข้อร้องเรียนต่างๆใน400เขต ข่าวสารที่สื่อมวลชนเเละสังคมออนไลน์เผยเเพร่ทุกกรณีนั้นกกต.รับมาตรวจสอบ เเละจะต้องชี้เเจงต่อสังคมโดยเร็วที่สุดไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อไป
เเหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมากกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง จะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ฯเเละสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่ ทั้งนี้ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้นยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่
เช่น หีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้น กกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอกผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน
ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้นกกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเส/จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้วเเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดังนั้นข้อร้องเรียน/ข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่8กพ.จนถึงปัจจุบันนั้น
กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ”เเหล่งข่าวกล่าวเเละว่าส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 /จ.ปทุมธานี เขต7นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้นกกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง
เเหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ขอเรียนว่าการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติครั้งนี้นั้น มติครม.วันที่23 ธันวาคม 2568 ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย
1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท
2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท
ส่วนจำนวนบุคลากร ของสำนักงานกกต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน400เขตเเละกระจายไปใน99,480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น
1.ประธานกรรมการประจำหน่วย 1 คน
2.กรรมการประจำหน่วย สส. และ ออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน
3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน
รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน
ดังนั้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง/ขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ/กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย/ปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต./กปน.ให้ดีขึ้นส่วน ปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง/กกต.จังหวัดเเบบออนไลน์นั้น
รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้นเเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง/คะเเนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง
เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.บางหน่วยกรอกคะเเนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่8กพ.เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้นบางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา03.00น.วันที่ 9กพ.
ในส่วนของการสร้างข่าวเท็จ/เฟคนิวส์ ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่ม-บางพรรคที่เผยเเพร่ในสังคมออนไลน์/สื่อมวลชนในเชิงสร้างความเข้าใจผิดโดยการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ เเะลคลาดเคลื่อน เช่น กกต.กับบางพรรคร่วมกันโกง/จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส/บัตรเขย่ง QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้นใครคือผู้ลงคะเเนนเเละไม่เป็นความลับ
การขู่เอาผิดกับสำนักงานกกต.นั้น ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่ออกมาเเสดงทัศนะเหล่านี้หากกระทำโดยชอบนั้น ดำเนินการได้เเต่ความเห็นเหล่านั้นหากมีการบิดเบือน ยั่วยุ ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา
อย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลา 60 วันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้นควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใล้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย
เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายต่างๆอาจสร้างความสับสน บิดเบือน ดิสเครดิตกกต. จนเกิดการสร้างกระเเสความไม่ยอมรับผลคะเเนนใน 400 เขต เเม้การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายรอการเเถลงข่าวของกกต.ที่จะชี้เเจงสังคมโดยเร็วที่สุดในประเด็นข้างต้นจะเหมาะสมที่สุด“
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews