“สุชาติ” เซ็นหนังสือถึง กกต. ต่อหน้าสื่อ ยินดีนับคะแนนใหม่ ย้ำไม่หนักใจ มั่นใจความโปร่งใส เมินคำท้า “ไอซ์ รักชนก” โยน ป.ป.ช.เคลียร์ปมเบอร์รี่ฟินแลนด์
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมลงนามในหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อแสดงความจำนงขอให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส และคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคม
นายสุชาติ ระบุว่า กระแสข่าวและข้อกล่าวหาที่ปรากฏเกี่ยวกับการนับคะแนน อาจสร้างความสับสนและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ 8 ตำบล อำเภอเมืองชลบุรี รวมถึงภาพรวมของกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เพื่อความชัดเจนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ตนจึงขอแสดงจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการยินดีให้นับคะแนนใหม่ภายใต้กรอบกฎหมาย
นายสุชาติ ย้ำว่า ในฐานะผู้ได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้ง ตนพร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบหรือการดำเนินการใดๆ ตามที่เห็นสมควร โดยยืนยันว่าไม่หนักใจ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมขององค์กรที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจว่าหากมีการนับคะแนนใหม่ ผลจะออกมาเหมือนเดิมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนต้องเชื่อมั่นในระบบและองค์กรที่จัดการเลือกตั้ง เพราะหน้าที่ของประชาชนรวมถึงตนเองคือการไปใช้สิทธิ์กาบัตรเพียงหนึ่งใบ ส่วนขั้นตอนอื่นเป็นไปตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท้าทายว่าหากนับคะแนนใหม่แล้วผลเปลี่ยนไปมากกว่า 1 คะแนน จะยอมลาออกหรือไม่ นายสุชาติ ระบุว่า ไม่ขอให้ราคา และไม่อยากพูดถึง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ออกมาคัดค้านหรือเคลื่อนไหวจำนวนมาก ไม่ใช่ประชาชนในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ซึ่งตามกฎหมาย ผู้มีสิทธิ์คัดค้านต้องเป็นผู้สมัครหรือประชาชนในพื้นที่เท่านั้น
นายสุชาติ ยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนเสนอข่าวอย่างรอบด้านและเป็นธรรม โดยระบุว่า การนำเสนอข่าวที่เอนเอียงหรือพาดหัวรุนแรง อาจสร้างความแตกแยกในสังคม และส่งผลกระทบต่อเยาวชน โดยย้ำว่า ตนไม่เคยปฏิเสธสื่อ และพร้อมให้ข้อมูลทุกประเด็น
สำหรับกรณีถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ในพื้นที่ชลบุรี นายสุชาติ ปฏิเสธอย่างหนักแน่น พร้อมระบุว่า สังคมไทยก้าวสู่ยุคที่ทุกอย่างตรวจสอบได้ มีกล้องวงจรปิดทั่วเมือง ไม่มีใครสามารถใช้อิทธิพลโดยไม่ถูกจับได้อีกต่อไป
ส่วนประเด็นคดีเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์ นายสุชาติ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และหากมีการแจ้งข้อกล่าวหา ตนจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ มากว่า 16 หน่วยงาน
นายสุชาติ ทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องยอมรับผลตามความเป็นจริง และเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews