fbpx
Home
|
ทั่วไป

‘ไทยศรีวิไลย์’ ลงพื้นที่อ่างทอง ร่วมขบวนแห่สิงโตในงานศาลเจ้าพ่อกวนอู

Featured Image
‘ไทยศรีวิไลย์’ ลงพื้นที่อ่างทอง ร่วมขบวนแห่สิงโตในงานศาลเจ้าพ่อกวนอู พร้อมพา ‘กุ้งพลอย’ แนะนำตัวเพื่อขอเสียงสนับสนุน

 

 

‘มงคลกิตติ์’ ประกาศเดินหน้าเลือกตั้งด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามอย่าง ‘เจ้าพ่อกวนอู’ ฟุ้ง ‘กุ้งพลอย’ กระแสตอบรับดี เป็นตัวเต็งในพื้นที่ ลุ้นปักธงไทยศรีวิไลย์ ในอ่างทองได้ ด้าน ‘กุ้งพลอย’ วอนรัฐบาล เร่งทำผลงานก่อนยุบสภา ด้วยการดำเนินการเยียวยาชาวอ่างทองที่ถูกน้ำท่วม

 

 

พรรคไทยศรีวิไลย์  นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์-หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์  พร้อมด้วย  นายสรกฤช  จันทรคณา  โฆษกพรรค  นางสาวณัฐปภัสร์ วรธันย์ผาสุข รองโฆษกพรรค  นางสาวกฤษยากร สรชัย ผู้ช่วยเหรัญญิกพรรค นายอนุรักษ์  อมรเมตตาจิต ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค  นายอดิศร สังข์จันทร์ กรรมการบริหารพรรค  นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย(ทนายแม๊)  ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสกลนคร เขต 1

 

 

 

 

เดินทางมาร่วมงานประเพณีโคมไฟเจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าพ่อกวนอู อ.เมือง จ.อ่างทอง และได้พา นางสาวกนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หรือ   ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์  หรือ กุ้งพลอย รองโฆษกพรรค และ ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัด อ่างทอง เขต 2 แนะนำตัวให้กับชาวอ่างทองได้รู้จัก และขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้

 

 

 

โดยนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่าตนและคณะได้มาร่วมขบวนแห่สิงโต เพื่อแห่โคมไฟไปยังศาลเจ้าพ่อกวนอู ตามประเพณีอันดีงามของทางจังหวัด ทั้งนี้ ตนทราบมาว่า  ภายในศาลฯ มีเทพเจ้า กวนอู ซึ่งได้รับการยกย่องทั่วไปว่า เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ที่คนจีนและคนไทยนิยมกราบไหว้  ถือเป็นการแสดงสัญลักษณ์ให้คนอ่างทอง และคนไทยทั้งประเทศเห็นว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ จะดำเนินวิถีทางทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  โดยเฉพาะการยึดมั่นแนวทาง  ‘4 ไม่’ คือ ‘ไม่ยุบ ไม่รวม ไม่ดูด ไม่ซื้อ’

 

 

 

ซึ่งถือหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้ระบอบการปกครองประชาธิปไตยฯ เป็นการปกครองที่อำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การที่ตนพา นางสาวกนิษฐรินทร์ มาแนะนำตัวให้ชาวบ้านในเขตพื้นที่เมืองรู้จัก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่ที่ นางสาวกนิษฐรินทร์ ประสงค์จะลงสมัครนั้น เนื่องจากว่า ต้องการให้คนอ่างทองทั้งจังหวัดที่มาเที่ยวงานประเพณีโคมไฟเจ้าพ่อกวนอู ได้บอกต่อๆ กันไปทั่วว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ที่รวมคนธรรมดาๆ ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยมือของประชาชน ได้ส่งเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ไขว่คว้าหาโอกาสเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง

 

 

 

 

โดยฝึกฝนตัวเองจนกลายเป็นสตั๊นเกิร์ลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เข้าร่วมแข่งขันรายการเรียลลิตี้ ‘บิ๊กบราเธอร์ไทยแลนด์ ซีซั่น 2’ จนได้รับเสียงโหวตจากประชาชนเกือบ 66 % ให้เป็นผู้ชนะการแข่งขัน และได้ทำงานวงการบันเทิงอยู่เสมอๆ จนกระทั่ง เด็กผู้หญิงคนนั้น ต้องการที่จะนำประสบการณ์และข้อผิดพลาดในอดีต มาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บ้านเกิด จึงได้มาเสนอตัวกับพรรคไทยศรีวิไลย์ และทางคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ก็เห็นว่า นางสาวกนิษฐรินทร์มีความเหมาะสม

 

 

รวมทั้ง มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ฯ ดังนั้น ตนจึงขอให้ชาวอ่างทองเขต 2 โดยเฉพาะชาว อ.แสวงหา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนางสาวกนิษฐรินทร์ ช่วยสนับสนุนให้คนธรรมดาได้มามีโอกาสเป็น ส.ส. ในการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ด้วย

 

“ขณะนี้ในการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ทั้ง 2 เขต ถือว่าดุเดือดไม่แพ้พื้นที่อื่นๆ เพราะเห็นว่า นอกจากมีบ้านใหญ่ที่ยึดครองผูกขาดเก้าอี้มายาวนาน มาป้องกันแชมป์แล้ว ยังมีพรรคการเมืองที่มีอดีต ส.ส. และอดีตคนสนิทของบ้านใหญ่ มาร่วมแคมเปญ ‘แลนด์สไลด์’ ในการต่อสู้ครั้งนี้ จนทำให้ คนที่เคยอยู่และร่วมต่อสู้กับขบวนการประชาธิปไตยในอดีต ต้องออกจากโผผู้สมัครอย่างเจ็บช้ำ

 

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในวันนนี้ ผมตื่นเต้นและขนลุกเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่า ประชาชนจะให้การต้อนรับ นางสาวกนิษฐรินทร์ และพรรคไทยศรีวิไลย์ จำนวนมาก หลายคนให้กำลังใจกับนางสาวกนิษฐรินทร์ บนเส้นทางสายการเมือง ดังนั้น ผมเชื่อว่า นางสาวกนิษฐรินทร์ ไม่ใช่แค่ไม้ประดับหรือสร้างสีสัน เท่านั้น แต่เป็นตัวเต็งอีกคน ที่จะสามารถสู้กับบรรดาผู้สมัครได้อย่างสูสี จนมีโอกาสปักธงพรรคไทยศรีวิไลย์ได้ในที่สุด” นายมงคลกิตติ์กล่าว

 

 

 

 

 

ทางด้าน นางสาวกนิษฐรินทร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับนายมงคลกิตติ์ และได้ลงพื้นที่ภายในเขตเลือกตั้งของตนนั้น ก็ได้รับกำลังใจ และรับทราบปัญหาของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการที่รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจที่จะช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อช่วงตุลาคม – ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในพื้นที่ จ. อ่างทอง

 

มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 6 อำเภอ  46 ตำบล 252 หมู่บ้าน 13,423 ครัวเรือน ซึ่งเขารอความหวังว่า เมื่อไหร่รัฐบาลจะเยียวยาช่วยเหลือ เพราะเกรงว่า หากไม่ดำเนินการช่วยเหลือก่อนยุบสภาแล้ว จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมายจนรัฐบาลคาดไม่ถึง ดังนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนรัวเรือนละ 30,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  402,690,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขอาจจะเหมือนเยอะ แต่หากรัฐบาลดำเนินการเยียวยาอย่างเป็นธรรมแล้ว เงินจำนวนนี้ สามารถซื้อหาอุปกรณ์ในการซ่อมแซมบ้านเรือน อุปกรณ์ทางการเกษตร  จนสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับระบบเศรษฐกิจ และเป็นภาษีคืนย้อนกลับไปยังรัฐบาล

 

รวมทั้ง ยังสามารถตั้งหลักให้กับชีวิตได้สู้ต่อไปอีกด้วย เพราะฉะนั้น ก่อนที่รัฐบาลยุบสภา ก็ควรที่จะสร้างผลงานดีๆ ให้ลูกหลานและชาวบ้านจดจำบ้าง ก็คือ เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้กับชาวบ้านทั่วประเทศไทยโดยด่วนที่สุด

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube