จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึก ทรู ดิจิทัล พาร์ค ลงนามข้อตกลง พัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยเทียบชั้นสากล

ทั่วไป

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ทรู ดิจิทัล พาร์ค ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยเทียบชั้นสากล

มุ่งศึกษา 3 เทคโนโลยียุทธศาสตร์ ครอบคลุม Future Food – Health Tech – Green Innovation พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติ ถอดรหัสโมเดลต้นแบบจาก เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และ สิงคโปร์

กรุงเทพฯ 9 เมษายน 2569 – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศผนึกพลังขับเคลื่อนโครงการ “การพัฒนาย่านนวัตกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผ่านการเรียนรู้โมเดลระดับโลก” ดึงศักยภาพด้านงานวิจัยโดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ นักลงทุน และองค์กรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศภายใต้ระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่สมบูรณ์แบบครบวงจร เสริมด้วยองค์ความรู้ระดับสากลจากพันธมิตรองค์กรชั้นนำใน 3 ประเทศ คือ เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และ สิงคโปร์ เปิดฉากทัศน์ใหม่ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ การพัฒนาโครงการร่วม และการเชื่อมโยงตลาดและแหล่งทุนระดับภูมิภาคและระดับโลก มุ่งศึกษา 3 เทคโนโลยียุทธศาสตร์ ได้แก่ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) สุขภาพ (Health Tech) และ สิ่งแวดล้อม (Green Innovation) ตั้งเป้าเปลี่ยนงานวิจัยเชิงลึก สู่การสร้างพื้นที่เศรษฐกิจนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง

ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจในการพัฒนาระบบนิเวศสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังของภาคการศึกษา ภาคเอกชน และพันธมิตรนานาชาติ ที่จะต่อยอดองค์ความรู้เชิงลึกสู่การใช้งานจริงและสร้างการเติบโตได้ในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการศึกษาช่องว่างและปัจจัยความสำเร็จจาก 3 ประเทศต้นแบบ ได้แก่

  • เมืองอุเทรกต์ เนเธอร์แลนด์ – ต้นแบบการพัฒนาย่านนวัตกรรมที่เน้นความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของชุมชน
  • เมืองกลาสโกลว์ สหราชอาณาจักร – โดดเด่นด้านการบูรณาการมหาวิทยาลัยเข้ากับโลกธุรกิจ เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ตลาด
  • สิงคโปร์ – นโยบายที่ยืดหยุ่นและการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงระดับโลก

โดยจะมีการจัดทำ Whitepaper ข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางระยะยาว เพื่อเป็นกรอบสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยอย่างเป็นระบบ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

 

ถอดรหัสงานวิจัยในรั้วมหาวิทยาลัย สู่การใช้งานโลกธุรกิจจริง

ภายใต้ความร่วมมือนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการและการวิจัยเชิงลึก ไปสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจและสังคม จุฬาฯ มุ่งเน้นการออกแบบ “ระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ” ซึ่งเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงผู้คน องค์กร และนวัตกรรมเข้าด้วยกันภายใต้กลไกการมีส่วนร่วมแบบจตุภาคี (Quadruple Helix)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การออกแบบและการสร้างสรรค์พื้นที่นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาเชิงกายภาพของเมืองเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการออกแบบระบบนิเวศของความร่วมมือที่เชื่อมโยงผู้คน องค์กร และแนวคิดใหม่ๆเข้าด้วยกัน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายบทบาทมหาวิทยาลัย จากแหล่งความรู้สู่การเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในบริบทจริง ที่สามารถทดลอง ปรับปรุง และต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และระดับภูมิภาค”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร. พนิต ภู่จินดา หัวหน้าโครงการ “การพัฒนาย่านนวัตกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผ่านการเรียนรู้โมเดลระดับโลก” กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของโครงการความร่วมมือว่า “ในฐานะผู้นำด้านการศึกษาวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดบทเรียนจากกรณีศึกษาระดับโลกมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่สตาร์ทอัพไทย โดยเฉพาะในด้านอาหารแห่งอนาคต (Future Food) สุขภาพ (Health Tech) และสิ่งแวดล้อม (Green Innovation) โดยข้อมูลจากการศึกษาจะถูกสังเคราะห์เป็น พิมพ์เขียวนโยบาย (Policy Whitepaper) และ Roadmap ระยะ 10 ปี เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศอย่างยั่งยืน”

 

ยกระดับระบบนิเวศสตาร์อัพ ปักหมุดจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดการลงทุนและบุคลากรทักษะสูงทั่วโลก

คุณศศิธร วรัญญูวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า “ในฐานะพันธมิตรหลัก ทรู ดิจิทัล พาร์ค พร้อมนำความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “One Roof, All Possibilities” มาเสริมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ นักลงทุน และองค์กรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศภายใต้โครงการความร่วมมือนี้ ควบคู่กับการยกระดับพื้นที่ศูนย์กลางสู่พื้นที่แห่งการทดลอง (Living Lab) เพื่อขับเคลื่อนโมเดลย่านนวัตกรรม (Innovation District) อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งวางรากฐานให้สตาร์ทอัพไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการวิจัยสู่การเข้าถึงตลาดในเชิงพาณิชย์ได้จริง อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดการลงทุนและบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลก ผ่านเครือข่ายความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้ สอดคล้องกับความตั้งใจของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในปี 2026 ที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น  ปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของงานและกิจกรรมด้านเทคโนโลยีให้กับองค์กรชั้นนำของโลก ด้วยคอนเซ็ปต์ “HELLO: Connecting for New Possibilities” ตอกย้ำศักยภาพการเป็นศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านนวัตกรรมดิจิทัล เพียบพร้อมด้วยระบบนิเวศสตาร์ทอัพครบวงจร เชื่อมโยงทั้งสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ บริษัทเทคโนโลยี นักลงทุน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ กว่า 6,000 ราย เพื่อหลอมรวมองค์ความรู้ สร้างแหล่งชุมชนสตาร์อัพและผู้ประกอบการเทคที่เข้มแข็ง และเสริมสร้างการเติบโตให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและขยายธุรกิจได้อย่างแท้จริง”