fbpx
Home
|
ภูมิภาค

รายงานสถานการณ์โควิด-19ทั่วไทย

Featured Image
ขอนแก่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่อีก 22 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 313 ราย พุ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในกรณีของกฎหมายบังคับใช้ตามประกาศจังหวัดขอนแก่นในส่วนของการสวมใส่หน้ากากอนามัย โดยระบุว่า ให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง ก่อนออกจากบ้าน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.2563 จนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และอาจได้รับโทษตามมาตร 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยทาง ศบค.ได้อัปเดตให้เป็นจังหวัดที่ 44 ที่มีบทลงโทษกรณีประชาชนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่นอกเคหะสถานและสถานที่สาธารณะ

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จ.ขอนแก่น วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกจำนวน 22 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 313 ราย รักษาหายแล้ว 34 ราย อยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลต่างๆ 279 ราย ทำให้ขอนแก่นเป็นอันดับสองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19รองจาก จ.นครราชสีมา และยังคงมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีกหลายราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อในวงที่ 2 ซึ่งเป็นครอบครัวของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ก่อนหน้านี้

โคราชพบติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 21 ราย รวมสะสม 447 ราย ตาย 1 ราย กลุ่มเสี่ยงแห่ตรวจหาเชื้อรถพระราชทานฯ แน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา เดินทางมาต่อคิวรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ฟรี หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยให้จังหวัดนครราชสีมา นำมาให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง จำนวน 3 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุกได้วันละ 1,500 คน ตั้งแต่ เวลา 09.00น ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2564 ซึ่งชาวโคราชกลุ่มเสี่ยงได้ทยอยตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 3 อย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงได้จำนวน กว่า 2,000 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจของรถชีวนิรภัยพระราชทานแล้ว จำนวน 10 ราย

ขณะนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ตรวจติดตามความเรียบร้อยการตรวจคัดกรองเชิงรุก การให้บริการประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ เขต อ.เมืองนครราชสีมา ที่เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 กล่าวว่า รถชีวนิรภัยพระราชทานตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาคอยให้บริการกับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 23-25 เมษายน 2564 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฯ นั้น สามารถตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงไปแล้ว กว่า 2,000 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 10 ราย ซึ่งก็มีปรับแผน อาจจะให้รถชีวนิรภัยพระราชทานตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 จอดให้บริการประชาชน ในเขตอำเภอเมืองโคราช ที่หน้าศาลากลางจังหวัดก่อน จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 เนื่องจากยังมีประชาชนเดินทางมาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ให้รถชีวนิรภัยพระราชทานตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ออกวิ่งเก็บตัวอย่างเชิงรุกตามอำเภอที่เป็นพื้นที่เสี่ยง และนำมาตรวจที่รถตรวจพิเศษที่จอดรออยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อให้การตรวจควบคุมทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราสีมา นายวิเชียรฯ กล่าว

เชียงใหม่โพสต์ผ่านเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 91 ราย

จังหวัดเเชียงใหม่โพสต์ผ่านเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ร่วงเหลือ 91 ราย หลังทะยานสูงเกินร้อยมาต่อเนื่อง ผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 3,224 ราย สำหรับผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว ได้กลับบ้านรวม 915 ราย

อย่างไรก็ตาม อย่าพึงชะล่าใจ ยังคงปฏิบัติตนตามทุกมาตรการอย่างเข้มข้น จนกว่าเราจะไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจังหวัดติดต่อกันครบ 14 วัน มาช่วยเป็นแรงขับดัน ช่วยกันต่อสู้กับมหันตภัยโควิด-19 กัน เพราะโรคระบาดระลอกนี้น่ากลัวกว่าที่คิด คนที่ติดแล้วหายก็มีมาก ถ้าไม่ทันลงปอดก็ดีไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ได้ลามลงปอด ทุกวินาทีคือความตายได้เลยทีเดียว

ผู้ว่าฯปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน-เจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์คัดกรองไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อผู้ประกันตน

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์คัดกรองไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อผู้ประกันตนตามมาตรา 33,39 และ 40 ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีได้เปิดศูนย์คัดกรองไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อผู้ประกันตน และเริ่มดำเนินการตรวจคัดกรองตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2564 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี โดยวันแรกสามารถตรวจคัดกรอง ผู้ประกันตนได้จำนวน 493 คนซึ่งในจำนวนผู้ผ่านการตรวจคัดกรองดังกล่าว พบว่ามีผู้ทีมีการตรวจเป็น Possitive จำนวน 6 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 1.21% ซี่งเป็นเปอร์เซนต์ ที่ใกล้เคียงกับการตรวจของทางโรงพยาบาล (เปอร์เซนต์ของผู้ตรวจพบของโรงพยาบาล ประมาณ 1.25%)

ผลจากการตรวจคัดกรองได้พบผู้มีผลตรวจเป็น Positive ดังกล่าว ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมร่วมกับทางโรงพยาบาลการุญเวช ปทุมธานี จะดำเนินการสอบสวนโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย ของผู้ประกันตนที่ทราบผลการตรวจเป็น Positive ให้ได้รับการดูแล จากทางการแพทย์โดยด่วนและควบคุมการแพร่กระจาย ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อให้จังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเร็ว สำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี จัดตั้งศูนย์คัดกรองไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อผู้ประกันตน โดยมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลการุณเวชปทุมธานี ให้การตรวจคัดกรองแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33,39 และ 40 ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและใกล้เคียง เป็นระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 – 30 เม.ย. 64 เวลา 08.00 -15.00 น.ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ร่วมหน่วยงานเข้าตรวจความพร้อมรพ.สนามแห่งที่ 1 เตรียมเปิดใช้รองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 26 เม.ย นี้

นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน จ.กาฬสินธุ์ มีแผนในการสร้างโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ใช้พื้นที่บริเวณอาคารโรงอาหาร ภายในศูนย์ราชการ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์(หลังใหม่) ซึ่งขณะนี้ได้ทำการตกแต่ง กั้นห้องเป็นสัดส่วน วางระบบอินเตอร์เน็ต WiFi กล้องวงจรปิด ระบบเครื่องเสียง ระบบไฟฟ้า ประปาและจัดทำรั้วสแลน แผงกั้น แบ่งแยกชัดเจน จากส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

ด้านนายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ ได้มีการกั้นห้อง รวมทั้งห้องน้ำ ระหว่างชาย-หญิง มีจำนวน 46 เตียง มีทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรับผู้ป่วย ที่อยู่ในระยะพักฟื้น และไม่มีอาการแล้ว มารับการฟื้นฟู กักกันให้ครบระยะการดูแลรักษา และกำหนดพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการนำผู้ป่วยเข้ามา ดูแลรักษาแต่อย่างใด เนื่องจาก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์และโรงพยาบาลฆ้องชัย ยังสามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ของ จ.กาฬสินธุ์ได้เพียงพอ

ขณะที่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน 2564 ใน จ.กาฬสินธุ์ ยังคงพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์อำนวยการต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จ.กาฬสินธุ์โดยสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ได้รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 วันที่ 25 เมษายน 2564 มีผู้ป่วยรายใหม่ 8 ราย (สูงกว่าทุกครั้งที่รายงานมา) ผู้ป่วยเดิม 42 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 50 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 26 ราย โรงพยาบาลฆ้องชัย 22 ราย หายป่วยแล้ว 2 ราย (หายป่วยเพิ่มอีก 1 ราย ในวันนี้)

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมใช้ศูนย์กีฬาเป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 100 เตียง รองรับผู้ป่วยโควิด-19

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า วันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 23 ราย เป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงและได้กักกันไว้แล้วทั้งหมดซึ่งอยู่ในกลุ่มหลัก ๆ 2 พื้นที่ คือ อ.พระพรหม 5 คน และพื้นที่อำเภอสิชล 5 ราย ส่วนที่เหลือกระจายตามอำเภอต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ป่วยที่ได้กันกันและสอบสวนโรคไว้แล้ว ส่วนการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนามนั้น ได้มีการดำเนินการไว้แล้วหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลพระพรหม ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้ว

ส่วนโรงพยาบาลสนามที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้นทางมหาวิทยาลัยให้ใช้ศูนย์กีฬาของศูนย์การแพทย์ ดูสถานที่แล้วมีความพร้อม มีความเหมาะสมเป็นห้องโถงใหญ่ ระบายอากาศได้ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหลือเพียงแต่การจัดระบบและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ลง เท่านั้น โดยจะเตรียมความพร้อมให้เสร็จภายในวันพุธที่จะถึงนี้ ซึ่งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียง แต่เบื้องต้นเตรียมไว้ 80 เตียงก่อน ส่วนสถานการณ์ในขณะนี้มีสถานที่หลายแห่งทีมีความพร้อม พยายามกระจายพื้นที่เป็นโซน ๆ ในการดูแลผู้ป่วย

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมด 987 เตียง มีผู้ป่วยครองเตียงแล้วจำนวน 205 เตียง เหลือ 782 เตียง

ศรีสะเกษโพสต์ผ่านเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ระบุ มีเตียงรับป่วยโควิดทั้งหมด 419 เตียง

จังหวัดศรีสะเกษโพสต์ผ่านเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่าขณะ มีเตียงสามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมด 419 เตียง ครองเตียงไปแล้ว 113 เตียง และว่าง 306 เตียง ดังนี้

-ห้องความดันลบแยกเดี่ยว ทั้งหมด 2 เตียง ครองเตียง 2 เตียง ว่าง 0 เตียง
-ห้องความดันลบเตียงรวม ทั้งหมด 31 เตียง ครองเตียง 0 เตียง ว่าง 31 เตียง
-ห้องแยกเดี่ยวไม่มีความดันลบ ทั้งหมด 108 เตียง ครองเตียง 19 เตียง ว่าง 89 เตียง
-หอผู้ป่วยเฉพาะโควิด ทั้งหมด 138 เตียง ครองเตียง 69 เตียง ว่าง 69 เตียง
-ปรับโรงแรมเป็นโรงพยาบาล ทั้งหมด 70 เตียง ครองเตียง 20 เตียง ว่าง 50 เตียง
-หอผู้ป่วยICU เตียงรวม ทั้งหมด 10 เตียง ครองเตียง 3 เตียง ว่าง 7 เตียง
-ค่าย อส.จังหวัดศรีสะเกษ โรงพยาบาลสนาม ทั้งหมด 60 เตียง ครองเตียง 0 เตียง ว่าง 60 เตียง

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ แจ้งการเสียชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายที่ 3 ของจังหวัดนครสวรรค์

นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยข้อมูลการเสียชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายที่ 3 ของจังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีอายุ 65 ปี เพศชาย อาชีพข้าราชการบำนาญ โรคที่เป็นความเสี่ยง คือ โรคความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, โรคไตเรื้อรังระยะ 3, โรคหอบหืด (ซื้อยาพ่นเอง) , ภาวะอ้วน (BMI 32)โรคความดันโลหิตสูง

 

พังงาระบุข่าวดีผู้ป่วยโควิด-19 ชุดแรกได้กลับบ้านแล้ว 3 ราย ขณะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 รักษาตัวในโรงพยาบาล

พญ.ทิพรัตน์ ต้นตระกูลประเสริฐ ผอ.โรงพยาบาลพังงา พร้อมด้วยทีมแพทย์-พยาบาล ร่วมมอบหน้ากากอนามัยของที่ระลึกและคู่มือการปฏิบัติตัว ให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ราย ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลพังงาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 2 เพศหญิง อายุ 41 ปี สัญชาติไทย อาชีพค้าขาย ที่ตรวจพบเชื้อพร้อมกับผู้ป่วยรายที่ 3 ที่เป็นลูกชายและผู้ป่วยรายที่ 4 ที่เป็นหลานสาว ซึ่งทั้งหมดติดเชื้อจากสามีของผู้ป่วยรายที่ 2 ที่เป็นผู้ป่วยยืนยันในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ป่วยทั้ง 3 รายได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลพังงาครบ 14 วัน ปัจจุบันผลตรวจไม่พบเชื้อ ไม่มีอาการ หายป่วยและกลับไปพักฟื้นที่บ้านภายใต้ข้อปฏิบัติตนเองตามคำแนะนำของโรงพยาบาล เมื่อทั้งหมดกลับถึงบ้านในตำบลนบปริง ที่มีเจ้าหน้าที่รพ.สต.นบปริง ร่วมกับทีมประเมินสุขภาพจิต ผู้นำชุมชน อสม. ตำบลนบปริง ครูโรงเรียนเมืองพังงาได้รอต้อนรับ พร้อมมอบชุดของเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วย พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติในการปฏิบัติตัวเพิ่มเติม

ขณะที่สถานการณ์การเกิดโรคโควิด-19 ของจังหวัดพังงา จนถึงวันที่ 24 เมษายนมีผู้ป่วยสะสม 29 ราย ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มต่อเนื่อง2วัน แต่ในวันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย ผู้ป่วยรายที่ 30 เพศหญิง อายุ 42 ปี อาชีพ รับจ้าง อำเภอท้ายเหมือง ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง รักษาตัวที่ รพ.ตะกั่วป่า ผู้ป่วยรายที่ 31 เพศหญิง อายุ 43 ปี อาชีพแม่บ้าน อำเภอท้ายเหมือง เป็นภรรยาของผู้ป่วยรายที่ 25 รักษาที่ รพ.ตะกั่วป่า ผู้ป่วยรายที่ 32 เพศชาย อายุ 24 ปี อาชีพนักศึกษา อำเภอตะกั่วป่า ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ทำให้จังหวัดพังงามีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 11-25 เมษายน 2564 รวม 32 ราย โดยเป็นผู้ป่วยในเขต อำเภอตะกั่วป่า10 ราย อำเภอท้ายเหมือง 13 รายและอำเภอเมืองพังงา 9 ราย ผู้ป่วยรักษาตัวหายได้กลับบ้านจำนวน 3 ราย คงเหลือ รักษาที่โรงพยาบาลพังงา 11 ราย โรงพยาบาลตะกั่วป่า 8 ราย โรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ 1 ราย โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต 2 ราย โรงพยาบาลเอกชน 1 ราย และโรงพยาบาลสนาม 6 ราย

 

พัทยาติดโควิดเพิ่ม 2 ราย สถานีตำรวจภูธรฯออกเอกสารคำสั่ง ให้ข้าราชการตร.หยุดปฏิบัติหน้าที่-กักตัว16นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พันตำรวจตรี ของสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาตัวอยู่ ล่าสุดสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาได้ออกเอกสารคำสั่ง เรื่องให้ข้าราชการตำรวจหยุดปฏิบัติหน้าที่และกักตัวเฝ้าดูอาการ หลังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนาย มีผลการตรวจปรากฏว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คือ ด.ต.ณรงค์ ยอดสง่า ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน และด.ต.บรรจบ ประเสริฐโสภณ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม ซึ่งขณะนี้ได้เข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบางละมุง และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เป็นผู้ใกล้ชิดและมีความเสี่ยงสูงโดยตรง ต้องกักตัวพักหารปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าดูอาการเป็นระยะเวลา 14 วัน พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบโดยด่วน หากพบว่าข้าราชการตำรวจทั้ง 16 นาย ตามรายชื่อต้องกักตัว ไม่ปฏิบัติตามมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป

อย่างไรก็ตามทำให้บรรยากาศสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ที่ดูคึกคักมีประชาชนเข้าใช้บริการ ก็ดูเงียบเหงาไปถนัดตา ถึงแม้ว่าทางสถานีจะมีมาตราการป้องกัน ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้า มีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ วางไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งยังติดป้ายเตือน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งหากประชาชนมีเหตุการเร่งด่วนก็ยังสามารถเดินทางมาได้เช่นเดิม

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube