ชาวโคราช ยอมเสียเวลาพาพ่อแม่ทำธุรกรรมที่แบงค์โดยตรง ดีกว่าใช้ Mobile Banking ชี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชอบหลอกผู้สูงอายุ เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่าย จี้ รัฐเร่งแก้ปัญหาด่วน แบงค์ต้องร่วมรับผิดชอบ
ตามที่รัฐบาลได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปปง. ธปท. กสทช. สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับความปลอดภัยการใช้งาน Mobile Banking โดยดำเนินการตรวจสอบให้ชื่อผู้ใช้งาน Mobile Banking ตรงกับชื่อเจ้าของซิมหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้าที่เป็นเส้นทางก่ออาชญากรรมของมิจฉาชีพ
ผู้สื่อข่าวจึงไปสอบถามความคิดเห็นประชาชนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขานครราชสีมา โดยนางสาวณัฐชยา ด้วงกลาง อายุ 47 ปี ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า แม่เปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งนี้ จึงพาแม่มาทำธุรกรรมการเงิน ฝาก-ถอน ที่ธนาคารโดยตรง จะไม่ผูกบัญชีไว้กับ Mobile Banking แอพพลิเคชั่นของธนาคาร เพราะตอนนี้มิจฉาชีพเยอะมาก ไม่อยากให้เกิดปัญหากับข้อมูลส่วนบุคคลหรือเงินในบัญชีรั่วไหล จึงไม่ผูกบัญชีธนาคารของแม่หรือเบอร์โทรศัพท์ของแม่ไว้กับแอพพลิเคชั่นหรือบริการใดๆ เลย
ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีเบอร์โทรแปลกๆ โทร.มาหาแม่ อ้างโน่นนี่ ก็จะบอกให้แม่กดตัดสายทิ้งทันที กลัวมาหลอกถามข้อมูล ซึ่งคนสูงอายุจะหลงเชื่อคล้อยตาม รู้ไม่เท่าทัน กดตัดสายทิ้งไปเลยดีกว่า และหากแม่ต้องการจะถอนเงิน ก็ยอมเสียเวลาพาแม่มาธนาคารโดยตรงจะดีกว่า ไม่ผูกบัญชีธนาคารไว้กับเบอร์โทรศัพท์หรือบัตรอะไรทั้งสิ้น และไม่ผูกบัญชีของแม่กับบัญชีหรือโทรศัพท์ของตนด้วยต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
ต้องรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมมิจฉาชีพ และจะใช้วิธีกระจายบัญชี กับฟังข่าวสาร หาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะบางคนแม้จะดูข่าวสารแต่ก็ยังพลาด เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพจะแอบอ้างรู้ข้อมูลชื่อที่อยู่ และรู้รหัสเลขบัตรประชาชน ทำให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อได้รับผลกระทบ เดือดร้อนกันอย่างมาก หลายคนเครียดจนเป็นซึมเศร้าหาทางออกไม่ได้ จึงอยากฝากไปถึง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews