นักวิชาการโคราชชี้ “ทักษิณ” ลงพื้นที่โคราช ทำการตลาดเรียกความนิยม ขณะสร้างรอยร้าวกลุ่มกำนันป้อ จับตาประชุม ครม.สัญจร โคราชมีเฮแน่
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2567) นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนักวิชาการอิสระ จ.นครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่มาที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า การเดินทางมาโคราชในครั้งนี้ของนายทักษิณฯ
ตนมองว่าเป็นเรื่องของการตลาดทางการเมือง ถ้าหากเปรียบพรรคการเมืองเป็นบริษัทๆ หนึ่ง สินค้าของบริษัทนี้ก็คือตัวบุคคล ซึ่งสินค้าหลักของพรรคเพื่อไทยขณะนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน เช่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคฯ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นต้น แต่ขณะนี้กระแสความนิยมในสินค้าหลักของพรรคเพื่อไทย ขายไม่ค่อยดีนัก และมีแนวโน้มที่จะทำยอดขายลดลงเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องนำสินค้ายอดนิยมในอดีตของพรรคเพื่อไทย ก็คือนายทักษิณ ชินวัตร มารีแบรนด์ดิ้งใหม่เพื่อทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะการพ้นโทษออกมาเร็วกว่ากำหนดเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีนัยยะสำคัญอะไรอย่างแน่นอน
ถ้าไม่ออกมาตอนนี้คงจะไม่ทันการณ์แน่ สังเกตได้ว่าขณะนี้ความนิยมของพรรคเพื่อไทยลดลงอย่างมาก จากโพลของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งบอกว่าถ้าเลือกตั้งตอนนี้ พรรคเพื่อไทยอาจจะได้ ส.ส.ประมาณ 100 คน หรืออาจจะไม่ถึง 100 คนก็ได้ ขณะที่พรรคก้าวไกล จะได้ ส.ส.ทะลุ 200 ไปแล้ว ดังนั้นนายทักษิณฯ ซึ่งเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทย จะต้องลงมาทำการตลาดด้วยตนเองอย่างหนัก
ซึ่งนายทักษิณฯ ยังมีคนให้ความนิยมมากพอสมควร เพราะเคยฝากผลงานไว้เป็นที่ยอมรับของคนทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือการปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ดังนั้นการจะหาใครมาช่วยเพิ่มความนิยมในพรรคเพื่อไทยขณะนี้ ก็คงจะไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับนายทักษิณฯ อีกแล้ว เพราะ น.ส.แพทองธารฯ ก็ไปเกิดความขัดแย้งกับธนาคารแห่งประเทศไทย นายภูมิธรรมฯ ก็ไปกินข้าวค้าง 10 ปีที่ จ.สุรินทร์ และนายเศรษฐาฯ ก็เสนอนโยบายต่างๆ ยังไม่โดนใจประชาชนนัก
ดังนั้นการมาโคราชครั้งนี้ ต่างจากการไปเชียงใหม่ ที่เหมือนไปบ้านเกือบ ไปเยี่ยมญาติ พี่ น้อง ตามปกติ แต่โคราช ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบ้านเกิด แม้จะอ้างว่ามาเผาศพคนขับรถคู่ใจ แต่ตนเชื่อว่ามีนัยยะทางการเมืองแน่นอน เพราะโคราชเป็นเมืองใหญ่ ที่มี ส.ส.เขตมากถึง 16 คน และปัจจุบัน ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทยมีมากถึง 12 ที่นั่ง มี อบจ.เป็นเครือข่ายของตนเอง เพราะนายก อบจ.ก็เป็นเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย และมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนา
ซึ่งมีนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา อยู่ในมือ พร้อมที่จะเข้ามาเป็นเครือข่ายของพรรคเพื่อไทยอีกแรงหนึ่งด้วย ขณะเดียวกันได้มีการวางแผนลงพื้นที่อย่างเรียบง่าย ไม่ได้ระดมมวลชนออกมามากมาย โปรแกรมแต่ละที่ จะใช้เวลาไม่นาน อาจจะมีคนสงสัยว่า พื้นที่โคราชเป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 2 แต่เหตุใดไม่มีทหารมาต้อนรับ ซึ่งตนมองว่าไม่จำเป็น เพราะวันนั้นก็มีนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ซึ่งคุมทหารทุกกองทัพมาด้วยตนเอง
นอกจากนี้ยังเป็นการมาหาขุนพลเพิ่ม จากเดิมในโคราช มี 2 ขุนพลอยู่แล้ว คือกลุ่มกำนันป้อ นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และกลุ่มนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ตอนนี้ก็ได้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ มาเพิ่มอีกคน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึกสนามเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติในพื้นที่โคราชได้อย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญไฮไลท์ของการมาโคราชครั้งนี้ของนายทักษิณฯ จะอยู่ที่ ครม.สัญจร ในวันที่ 1-2 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะมีการทุ่มงบประมาณจำนวนมาก ลงมาพัฒนาโคราชแน่นอน เพื่อเรียกคะแนนนิยมเพิ่มจากคนในพื้นที่โคราช
ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีของหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ในโคราช ที่จะเสนอของบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ สังเกตได้จากงานเลี้ยงที่ภัตตาคารเสียวเสี้ยว มีตัวแทนหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้าไปพบนายทักษิณฯ กันอย่างเนืองแน่น ตรงตามแผนที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ เพราะถ้าทำให้คะแนนนิยมในโคราชเพิ่มขึ้นได้ ก็จะกลายเป็นโคราชโมเดล ที่พรรคเพื่อไทยจะนำไปทำต่อในจังหวัดอื่นๆ ด้วย
ขณะเดียวกันเรื่องของขุนพลในพื้นที่โคราช ถ้าตามหลักการแล้ว นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ ก็ต้องเป็นขุนพลเบอร์ 1 ของโคราช เพราะมี ส.ส.เขตในคาถาอยู่ในมือมากถึง 10 คน และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก 1 คน นอกจากนี้ยังมีนายก อบจ.และ ส.อบจ.อีก 48 คน
อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ส่วน ส.ส.เขตอีก 2 คนอยู่กลุ่มนายประเสริฐ จันทรรวงทอง แต่วันที่นายทักษิณฯ มา กลับชูนายสุวัจน์ฯ ให้โดดเด่นกว่าทุกคน จึงอาจจะทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นกับกำนันป้อได้ เพราะล่าสุดก็ไปลดตำแหน่งรัฐมนตรีลูกสาวกำนันป้ออีก จากที่เคยคุมกระทรวงใหญ่อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาอยู่กระทรวงเล็ก คือกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้นก็มีโอกาสที่ทำให้กลุ่มกำนันป้อ อยากจะย้ายพรรคได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังรอโอกาสเหมาะอยู่ ถ้ากลุ่มนี้ย้ายออกไปอยู่พรรคอื่น อาจจะเป็นพรรคก้าวไกล หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนกำลังลงอย่างมาก เพราะความนิยมของพรรคก้าวไกลในพื้นที่โคราชก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นการเมืองในโคราชหลังจากนี้ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง อบจ.ที่จะมีขึ้นช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะทำให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในโคราชได้ชัดเจนมากขึ้นแน่นอน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews