จับสาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงเหยื่อสูญเงินกว่า7 หมื่นบาท อ้างถูกญาติหลอกให้เปิดแอปธนาคารรีวิวสินค้า
เจ้าหน้าที่ชุดช้างศึกสองเลของ ตชด.434 พัทลุง ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ยศพณศ์ รุ่งสวัสดิ์ ผบ.ร้อย ตชด.434นำหมายจับของศาลจังหวัดสตูล ซึ่งออกเมื่อวันที่2เมษายน 2567 เข้าตรวจค้นและจัควบคุมตัว นางสาวอุไรวรรณ อายุ 36 ปีที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุงผู้ต้องหาในคดี “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,โดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
โดยน.ส.อุไรวรรณ เป็นเจ้าของบัญชีม้าที่แกงค์คอลเซ็นเตอร์นำไปหลอกเงินชาวบ้าน มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร 2 ครั้ง เป็นเงินรวมกัน 7 หมื่นกว่าบาท ในลักษณะโทรไปหลอกเหยื่อว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดต้องตรวจสอบเงินในบัญชีไม่งั้นจะถูกอายัด เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้ สูญเงินไป7 หมื่นกว่าบาท
โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและอ่านหมายจับให้ฟัง นางสาวอุไรวรรณ ถึงกับตาค้างส่ายหน้าและเดินถอยหลังกลับเข้าบ้านไปนั่งร้องห่มร้องให้คร่ำครวญชักดิ้รนชักงอบนเบาะที่นอนเหมือนกับเด็ก ขอผลัดผ่อนเจ้าหน้าที่อีก1วันค่อยมาจับ เจ้าหน้าที่ต้องค่อยๆอธิบายให้เข้าใจว่ายังไงก็ต้องถูกจับกับผลัดวันไม่ได้และควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่สภ.ป่าบอน และน.ส.อุไรวรรณ เริ่มมีท่าทีผ่อนคลายลงและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าสาเหตุที่ต้องลงไปนอนชักดิ้นชักงอเพราะว่าตกใจจะช๊อค ไม่เคยถูกจับมาก่อนเคยไปแต่โรงพยาบาลไม่เคยมาโรงพักและปกติก็มีโรคประจำตัวต้องกินยาบำรุงหัวใจ
เมื่อวานก็เพิ่งเป็นลม และสาเหตุที่ต้องขอผลัดผ่อนอีก1 วันเพราะว่าสงสารลูกอยากจะฝากลูกให้ญาติพี่น้องช่วยดูแลให้เรียบร้อยก่อ จากการสอบสวน น.ส.อุไรวรรณ ให้การว่า ถูกญาติซึ่งอยู่บ้านใกล้ๆกัให้ทำแอปธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถืออ้างว่าจะให้รีวิวสินค้ายาสีฟัน พร้อมกับโชว์เอกสารที่ นญาติเอามาให้อ้างว่าเป็นการรีวิวสินค้าให้เจ้าหน้าที่ดูเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกชาวบ้าน หลังการสอบสวนที่มาที่ไปของบัญชีมาเสร็จเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว น.ส.อุไรวรรณ ส่งสภ.เมืองสตูล ตามหมายจับเพื่อดำเนินคดีทันที
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews