ตร.จับยึดจยย.โจรกรรมแบบซึ่งหน้า เจ้าบ้านไม่ยอมอ้างไม่มีหมายค้นหมายจับ ท่านรองมาเองนั่งตั้งวงกล่อมยอมให้จับดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านี่คือภาพเหตุการณ์จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่คนร้ายก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ทะเบียนนครศรีธรรมราช โดยใช้วิธีการเข็นแล้วพาหลบหนีไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าของรถจักรยานยนต์คันนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายที่ก่อเหตุตามภาพวงจรปิด
และเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและชุดป้องกันปราบปราม สภ.ท่าศาลา ได้ติดตามจนพบว่ารถจักรยานยนต์คันนี้ถูกนำมาไว้ที่บ้าน หมู่ 7 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเข้าตรวจสอบจึงพบว่ามีรถคันนี้จอดอยู่ตามสายแจ้งจึงพยายามเข้าตรวจยึดเนื่องจากพบหลักฐานการกระทำความผิดแบบซึ่งหน้า และมีการคุมตัวชายวัยรุ่นไว้ 1 คนในฐานเสพยาเสพติด แต่ปรากฏว่าเจ้าบ้านไม่ยินยอมอ้างว่าต้องมีหมายจับหมายค้น อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นเช่นนั้นชุดเจ้าหน้าที่จึงแจ้งไปยัง พันตำรวจโทนรากร เอียดช่วย รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ท่าศาลา เข้าเจรจา
ต่อมาหลังจากที่รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ท่าศาลา ได้มาถึงจึงได้เข้าทำความเข้าใจ โดยได้ชวนให้เจ้าของบ้านมานั่งพูดคุยตั้งวงเจรจาแบบชาวบ้านบนพื้นชานหน้าบ้านที่พบรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์คันนี้ ซึ่งได้มีการชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ได้พบหลักฐานสำคัญจากการลักทรัพย์เป็นรถจักรยานยนต์ แบบซึ่งหน้าไม่สามารถที่จะไปยื่นขอหมายจับหมายค้นจากศาลได้ทัน เป็นการปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายที่สามารถกระทำการได้โดยชอบ จนเจ้าของบ้านมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ต้องใช้เวลาเจรจาอยู่พักใหญ่
ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้และนำขึ้นบรรทุกเพื่อนำไปเป็นของกลางคดี ท้ายที่สุดเจ้าบ้านยินยอมเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ครองครองรถดังกล่าวคือ นายประจักษ์ อายุ 52 ปี จ.นครศรีธรรมราช และยังพบว่ามีการเสพยาเสพติดประเภท 1อีกด้วย จึงแจ้งข้อหา 1.ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร 2.เสพและขับขี่รถขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมแฟตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต (ขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ต้องหาขับรถของกลางมาที่บ้านหลังนี้) และยังจับกุมผู้ต้องหาอีกรายคือ นายสุวิทย์ อายุ 28 ปี จ.นครศรีธรรมราช ต้องหาว่าเสพยาเสพติดประเภท 1 โดยรับว่าเป็นผู้ที่มาเสพยาเสพติดแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลักรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวดำเนินคดีต่อไปแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews