กรมการค้าต่างประเทศ เร่งแก้ไขกฎระเบียบรองรับการค้ายุคใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 81 ปี กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้าทบทวน และปรับปรุงกฎ ระเบียบทางการค้า เพื่อให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ทางการค้าในปัจจุบัน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยที่ผ่านมา ได้มีการทบทวน แก้ไข ปรับปรุง กฎระเบียบ ที่อยู่ในความรับผิดชอบในการบริหารส่งออก-นำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการค้า และพันธกรณีระหว่างประเทศ นอกจากจะลดความซ้ำซ้อน ยังเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
โดยสินค้าที่กรมฯ ดูแล 18 รายการ ภายใต้พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้ดำเนินการยกเลิก และปรับปรุงกฎ ระเบียบแล้ว ตั้งแต่ปี 2564 – 2565 มี 10 รายการสินค้า ทั้งพัดลม (1) หม้อหุงข้าว และหลอดไฟ (2) เครื่องพิมพ์สามมิติ (3) เครื่องจักรที่ใช้ในการละเมิดลิขสิทธิ์เทปเพลง วีดีโอเทป และแผ่นซีดี (4) เทวรูป ชิ้นส่วนของเทวรูป พระพุทธรูปและชิ้นส่วนของพระพุทธรูป (5) ปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิต (6) หอยมุกและผลิตภัณฑ์ (7) รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว (8) เหรียญตัวเปล่าโลหะ (9) เครื่องพิมพ์อินทาลโย และ (10) สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากหลายสินค้ามีหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว และแก้ไขระเบียบบางสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
ส่วนที่เหลืออีก 8 รายการ อยู่ระหว่างการดำเนินการยกเลิกและปรับปรุงกฎระเบียบทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ ได้แก่ เศษพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทราย ไม้และผลิตภัณฑ์ ยางรถยนต์ใช้แล้ว เครื่องยนต์ดีเซลใช้แล้วขนาดเล็ก เครื่องทำน้ำอุ่นและน้ำร้อน และถ่านหิน
นอกจากนี้ ยังได้ทบทวนประกาศเกี่ยวกับการส่งออกกาแฟ ซึ่งในวันนี้ (2 พฤษภาคม 2566) ที่ประชุมครม. ได้เห็นชอบให้สามารถส่งออกเมล็ดกาแฟคั่วที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบนำเข้าจากต่างประเทศ หรือที่ผสมกับเมล็ดกาแฟดิบในประเทศได้ จากเดิมสามารถส่งออกได้เฉพาะกาแฟที่ผลิตในประเทศ เพื่อขยายตลาดการส่งออกเมล็ดกาแฟคั่วของไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกกาแฟของไทยได้ประมาณ 50 -100 ล้านบาทต่อปี
และยังได้ทบทวน พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ โดยใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ เรียกว่า เอ-ดี (Anti-dumping: AD) ให้ผู้นำเข้า จะต้องเสียภาษีแพงขึ้น ไม่ให้สินค้าจากต่างประเทศมาขายตัดราคาในไทย โดยขณะนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว เมื่อเดือนมกราคม 2566 ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ และควรแก้ไขบางประเด็น อาทิ การกำหนดนิยามสินค้าชนิดเดียวกันให้ครอบคลุมถึงสินค้าที่ทดแทนกันได้ ป้องกันการปรับเปลี่ยนสินค้า เพื่อเลี่ยงภาษี AD โดยได้จัดส่งรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนการดำเนินการและการอนุญาตที่ไม่จำเป็น ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของประชาชน และรองรับการยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews