ส.อ.ท. จัดเวทีเสวนาให้ 9 พรรคการเมือง แสดงวิสัยทัศน์ “การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย”
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด เสริมสร้างพลังอุตสาหกรรมไทย สู่ประเทศไทยที่แข็งแกร่ง เพื่อให้สมาชิก ส.อ.ท. กว่า 15,000 รายทั่วประเทศ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะผ่านการจัดทำ FTI Poll ในหัวข้อ “สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการใน 90 วันแรก” และเปิดเสวนาเรื่อง “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย”
โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าร่วม เพื่อให้ภาคเอกชนทราบแนวนโยบายและเข้าไปมีส่วนร่วมในรัฐบาลใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ การใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ และลดการปราบปรามคอรัปชั่นในประเทศ อาทิ นายสุพันธุ์ มงคลสุรี รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคมุ่งแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจและเป็นช่องโหว่ที่จะทำให้เกิดการคอรัปชั่น
เพราะตลอดการทำงานของตนในฐานะภาคเอกชนมองเห็นปัญหามาโดยตลอด กฎหมายหลายฉบับทำให้เกิดความล่าช้ากองทุน SMEs จะต้องมีที่เพื่อเข้ามาดูแลภาคเอกชน มีการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง BOI ต้องเข้ามาสนับสนุนบริษัทไทยที่มีเจ้าของเป็นคนไทย การสร้างรายได้จะต้องทำจากความถนัด โดยเฉพาะเกษตร ต้องเกิดการลงทุนโดยตรง เพื่อเป็นทางรอดของประเทศไทย
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคมุ่งเปลี่ยนเป้าหมายภาคอุตสาหกรรมไทย ให้กลายเป็นอุตสาหกรรม High tech ,High touch โดยนำเทคโนโลยีและดีไซน์ใหม่ ๆ มาใช้ในกระบวนการส่งออก พร้อมยกระดับปัจจัยการผลิต ทำให้สินค้ามีคุณค่ามากกว่าราคาที่ถูก อัพเกรดประเทศไทยผ่าน 5 นโยบาย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
นายเกียรติ สิทธิอมร คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคมุ่งพัฒนาตลาดแรงงาน ให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งแก้ไขกฎระเบียบที่ล้าหลัง โดยไม่ขัดกับกติกาโลก และเดินหน้า 16 นโยบาย ทำให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง ประชาชนอยู่ได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี โดยมั่นใจจะแก้ไขต้นทุนพลังงานได้ภายใน 1 เดือนปรับ หากเป็นรัฐบาล โดยสามารถปรับกำไรโรงกลั่นให้เหลือ 1 บาทต่อลิตร ค่าการตลาด 1 บาท และต้นทุนโลจิสติกส์ต้องไม่เกิน ร้อยละ 7 ของ GDP จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 20
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า จากวิกฤตทั้งโควิดสงครามการค้า และสงครามรัสเซียยูเครนทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบต่อเนื่อง การฟื้นฟูเศรษฐกิจจะต้องเร่งให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 4-5 โดยใช้การท่องเที่ยวที่เป็นจุดแข็งของประเทศ เป็นการกระตุ้นที่ดีและเร็วที่สุด ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะต้องเพิ่มนักท่องเที่ยวเป็น 2 เท่าให้ได้ รองลงมาคือการส่งออกจะต้องมีการหาตลาดใหม่หลังจากเกิดการชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ และการลงทุนภาครัฐเอกชนต้องลงทุนในประเทศ และต้องปรับวิกฤตเป็นโอกาส ปรับฐานเศรษฐกิจ ทางการเกษตร มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะยั่งยืนและกลับมาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่พรรคอื่น ๆ ประกอบด้วย พรรคชาติไทยพัฒนา ,พรรคพลังประชารัฐ ,พรรคเพื่อไทย ,พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีมุมมองใกล้เคียงกัน โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง มุ่งสู่พลังงานสะอาด การลดก๊าซเรือนกระจก การปรับเปลี่ยน KPI SMEs การแก้ไขมาตรการกีดกันทางการค้า และการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews