สภาองค์กรของผู้บริโภค ร้อง รมว.พลังงาน ปรับแก้ปัญหาค่าไฟแพง หนุนประชาชนพึ่งตนเอง ติดโซลาร์ระบบเน็ตมิเตอริ่ง ขยายเวลารับซื้อ 10 ปีเป็น 25 ปี
นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการองค์กรของผู้บริโภค พร้อมเครือข่ายฯ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง ถึง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่กระทรวงพลังงาน โดยระบุว่า หลังจากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและมีมติเห็นชอบปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า FT) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 ที่อัตรา 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟโดยรวมประมาณ 4 บาทต่อหน่วย และคาดว่าจะมีการทยอยปรับขึ้นค่า FT ต่อไปอีกในอนาคตนั้น

ขณะที่ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงมาจากหลายปัจจัยที่ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน เท่านั้น แต่เป็นเพราะการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาล เนื่องจากวางแผนการผลิตไฟฟ้าที่คำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงานเกินความจำเป็น และเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนธุรกิจพลังงานไฟฟ้าเกินสมควร /พร้อมกันนี้รัฐยังไม่ตระหนักถึงปัญหาปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ล้นเกินอย่างจริงจังแทนที่รัฐจะหยุดหรือลดการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาระต่อประชาชนอีกแต่รัฐยังจะเดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าในประเทศลาวเข้ามา

ทั้งนี้จากปัญหาดังกล่าว สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงมีข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยให้สนับสนุนประชาชนผลิตไฟฟ้าด้วยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาตามโครงการโซลาร์เซลภาคประชาชนให้เพิ่มขึ้น เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน โดยจากเดิมกำหนดราคารับซื้อไว้ที่ 2.20บาท/หน่วย ให้เปลี่ยนเป็นระบบเน็ตมิเตอริ่ง หรือระบบการคิดค่าไฟฟ้าแบบหักลบกลบหน่วย เพื่อไม่ให้การไฟฟ้าต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเป็นภาระในการเปลี่ยนหรือเพิ่มมิเตอร์ไฟฟ้า และให้ขยายระยะเวลาการับซื้อไฟฟ้าของโซลาร์ภาคประชาชน จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 10ปี เป็น 20-25ปี หรือตามอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมทั้ง ให้จัดหาแหล่งทุนกู้ยืมดอกเบี้ยร้อยละหนึ่งต่อปี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมารับหนังสือ พร้อมกล่าวว่า กระทรวงพลังงานรับทราบข้อเสนอและจะนำเสนอรัฐมนตรีรับทราบต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews