fbpx
Home
|
เศรษฐกิจ

ศก.โลกเริ่มฟื้นตัวช้าๆ เฉลี่ย 4.4%ต่อปี

Featured Image
นักวิชาการ ย้ำ ศก.โลกเริ่มฟื้นตัวช้าๆ เฉลี่ย 4.4%ต่อปี ไทยแข่งยากขึ้นต้องเร่งปรับตัว

รศ.ดร.แก้วตา โรหิตรัตนะ หัวหน้าโครงการศึกษายุทธศาสตร์การค้าชาติ 2565-2570 สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระหว่างปี 2564-2566 ว่า เศรษฐกิจโลกจะค่อยๆฟื้นตัวอย่างช้าๆตามการขยายตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักเป็นสำคัญ เฉลี่ยแล้วการค้าโลกจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4.4 ต่อปี เป็นผลมาจากภาคการผลิตและภาคการส่งออกซึ่งมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย นโยบายการเงินจากทั่วโลก ส่งผลต่อการค้าในภาพรวมให้ฟื้นตัวขึ้นได้ โดย ประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐอเมริกา คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 2.8 ต่อปี จากปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจติดลบร้อยละ 4.6 ประเทศยูโรโซน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5 ต่อปี จากติดลบร้อยละ 8.6 ในปีก่อน หลังจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลากหลายรูปแบบ ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 1.7 ต่อปี จากปีก่อนที่เศรษฐกิจติดลบร้อยละ 5.3 แต่สำหรับประเทศจีนคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6.6 ต่อปี จากปีก่อนหน้าที่เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 1.9 ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่เศรษฐกิจขยายตัว เนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 และทำให้กิจกรรมภายในประเทศเดินหน้าได้ก่อนประเทศอื่นๆทั้งการท่องเที่ยวการลงทุนรวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ

นอกจากนี้นโยบายการค้าของหลายประเทศเป็นนโยบายการค้าที่น่าสนใจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ให้กลับฟื้นตัวดีขึ้นและเป็นนโยบายที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ดี อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่นรวมถึงประเทศจีน ที่กำลังสร้างมาตรฐานสินค้าให้ได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ด้วยการใช้ นวัตกรรมการผลิตทำให้สินค้าได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับ

ทางด้าน ผศ.ดร.ธนวัต ลิมป์พาณิชย์กุล นักวิจัยจาก สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยซึ่งพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว เมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงส่งผลทำให้การบริโภคการใช้จ่ายหยุดชะงักลงด้วย นโยบายที่จะทำให้ ประเทศไทยฟื้นตัวจะต้องทำให้ผู้ประกอบการฟื้นตัวก่อนเพื่อทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยตัวเอง โดยต้องใช้การลงทุนของภาครัฐเป็นตัวเสริม แต่เวลานี้ประเทศไทย ต้องยอมรับว่าไม่ได้เป็นประเทศที่ น่าสนใจสำหรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติอีกต่อไปเพราะการลงทุนมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศตลอดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยค่อยๆ ลดลง สะท้อนจากมูลค่าตลาดหุ้นไทยไม่ได้เติบโตมากนักแต่สำหรับตลาดหุ้นในภูมิภาคมีการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 60-70 ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐขยายตัว ร้อยละ 100 โดยนักลงทุนต่างชาติ เทขายตลาดหุ้นไทยและหันไปลงทุนในตลาดอินโดนีเซียและเวียดนามมากขึ้น

โดยความไม่น่าสนใจของประเทศไทย ทั้งการลงทุนในตลาดหุ้นและการลงทุนโดยตรงนั้น เกิดจากความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลงเพราะอุตสาหกรรมหลักที่ใช้ในการส่งออกของไทยยังคงเป็นอุตสาหกรรมขาลงในตลาดโลก สินค้าเกษตรไทยไม่ได้เป็นสินค้าเพิ่มมูลค่า ในขณะที่ประเทศอื่นๆมีการปรับโครงสร้างใช้นวัตกรรมในการผลิตมากขึ้น สัดส่วนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของไทย ยังคงมีสัดส่วนเท่าเดิมที่ร้อยละ 23 ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เวียดนามสัดส่วนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขยายตัวเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของการส่งออกในภาพรวมแล้ว ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การค้าชาติเพื่อที่จะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนประเทศ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และต้องปรับตัวให้เท่าทันหากต้องการให้ประเทศไทยยังอยู่ในเวทีการค้าโลก

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube