กนอ.เซ็นสัญญาเอกชนซื้อน้ำดิบภาคอุตสาหกรรมรองรับ“นิคมฯ แหลมฉบัง-นิคมฯ มาบตาพุด”แก้ปัญหาภัยแล้งพื้นที่อีอีซีอย่างยั่งยืน
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า การลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำดิบระหว่าง กนอ.และบริษัท วาย. เอส. เอส.พี.แอกกริเกต จำกัด ในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านน้ำในภาคอุตสาหกรรม และรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการน้ำในเขตพื้นที่อีอีซีนั้นพบว่า ต้นทุนน้ำรวมของน้ำปัจจุบันมีปริมาณเท่ากับ 1,537.59 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีปริมาณความต้องการน้ำรวมทั้งหมดสูงถึง 2,190.98 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นความต้องการภาคอุตสาหกรรมเท่ากับ 625.31 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ จากการพยากรณ์ความต้องการน้ำในอนาคตจะเท่ากับ 2,481.31 / 2,615.63 และ 2,722.79 ล้านลูกบาศก์เมตร ในระยะ 5 ปี 10 ปี และ 20 ปีข้างหน้าตามลำดับ แสดงถึงความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในอนาคต
ปัจจุบันนิคมฯ ทั้ง 2 แห่ง มีผู้ประกอบการโรงงานเปิดดำเนินการแล้วกว่า 300 โรงงาน แบ่งเป็นนิคมฯ แหลมฉบัง 221 โรง และนิคมฯ มาบตาพุด 82 โรง ซึ่งในปี 2564 ปริมาณการใช้น้ำสำหรับนิคมฯ แหลมฉบัง มีปริมาณการใช้น้ำประมาณ 740,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน (เฉลี่ยอยู่ที่ 24,500 ลูกบาศก์เมตร/วัน) และนิคมฯ มาบตาพุด มีปริมาณการใช้น้ำประมาณ 6,400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน (อยู่ที่ 213,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน) ซึ่งจากปริมาณการใช้น้ำที่มีปริมาณค่อนข้างสูงจึงจำเป็นต้องสรรหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม แหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังในปัจจุบัน มาจากบริษัท EAST Water จำกัด(มหาชน) โดยจ่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 80% และจากอ่างหนองค้อหรืออ่างบางพระ 20% ขณะที่แหล่งน้ำดิบของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มาจากอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ โดยการจ่ายน้ำของบริษัท EAST Water เช่นกัน ซึ่งการสรรหาแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติมในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการในการจ่ายน้ำประปาให้แก่ผู้ประกอบการและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news