กกร.ปรับ GDP ปี 64 ดีขึ้นเป็นลบ 0.5 ถึง 1% ส่งออก 12-14% วัคซีนต้องได้ตามแผน ไม่กลับไปล็อกดาวน์อีก
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทยในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ กกร.ประจำเดือนกันยายน ว่า ที่ประชุมมองสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศที่เริ่มดีขึ้นและแผนการจัดหาวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี นำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการบางส่วน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ และหากสามารถเร่งจัดสรรและฉีดวัคซีนที่มีมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวต่อเนื่องท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบางประเทศ แต่โดยส่วนใหญ่สามารถอยู่กับโควิด-19 ได้ เป็นปัจจัยบวกต่อภาคการส่งออกของไทย กกร.จึงปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 ดีขึ้นมาอยู่ในกรอบติดลบร้อยละ 0.5 ถึงเติบโตร้อยละ 1.0 การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 12-14 ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบร้อยละ 1-1.2
โดยรัฐบาลจะต้องจัดหาและนำเข้าวัคซีนมาอย่างต่อเนื่อง และต้องดำเนินการให้การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสื่อสารให้ชัดเจน ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่ง กกร. เห็นด้วยกับการคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาล และไม่ควรมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกต่อไป เพราะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจค่อนข้างมาก แต่ควรใช้มาตรการ Bubble & Seal ร่วมกับการใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit เชิงรุก
นอกจากนี้ นายผยง มองว่า การที่หน่วยงานภาครัฐประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะสามารถเติบโตได้ร้อยละ 3-5 เป็นการประเมินที่ต่ำเกินไป และจะทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวเหนือระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้ด้วยตัวเอง ภาครัฐควรกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ท้าทายเป็นร้อยละ 6-8 ซึ่งเป็นไปได้ในภาวะที่คนไทยกว่าร้อยละ 50 ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และภาครัฐใช้นโยบายการคลังด้วยการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP จากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 70-80 ซึ่งจะทำให้มีเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 7แสนถึง 1.5 ล้านล้านบาท

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลเป็นแนวทางที่ดีในการฟื้นเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาสะท้อนได้ว่าการล็อกดาวน์ไม่ได้ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยลง แต่การดูแลป้องกันด้วยการใช้มาตรการเฉพาะตัวในส่วนของประชาชนและภาคเอกชน ทำให้สถานการณ์การติดเชื้ออยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้และเชื่อว่าหากยังคงใช้มาตรการอย่างต่อเนื่อง การเปิดประเทศตามแผนของรัฐบาล 120 วันเชื่อว่าจะสามารถทำได้ ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่อีก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news