กางงบ ‘การบินไทย’ ปี 68 ทะยานกำไร 3 หมื่นล้าน ล้างขาดทุนสะสม

เศรษฐกิจ ข่าว

นับเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นและก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสายการบินแห่งชาติอย่างแท้จริง สำหรับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 และหุ้น “THAI” ได้กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง  การกางงบการเงินประจำปี 2568 ล่าสุด ได้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผลประกอบการที่กลับมาทำกำไรได้อย่างสวยงาม พร้อมประกาศข่าวดีที่สุดที่นักลงทุนรอคอย

 

✈️ พลิกกำไร 3 หมื่นล้าน สู่การเคาะจ่ายเงินปันผล

 

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของผลประกอบการปี 2568 คือ บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสูงถึง 30,940 ล้านบาท โดยเป็นกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 30,910 ล้านบาท ซึ่งเติบโตแบบก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 215.0 

 

นอกจากตัวเลขกำไรที่โดดเด่นแล้ว สิ่งที่ตอกย้ำถึงความสำเร็จคือ การปรับโครงสร้างทุนด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) จากหุ้นละ 10.00 บาท เป็นหุ้นละ 1.30 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมทางบัญชีให้ใกล้เคียงศูนย์  ซึ่งกลไกนี้เป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย ทำให้ล่าสุดคณะกรรมการบริษัทได้มีมติเตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท นับเป็นการคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นครั้งประวัติศาสตร์หลังผ่านพ้นวิกฤต

 

💰 เจาะลึกรายได้แสนล้าน ทิศทางบวกแทบทุกมิติ

 

เมื่อเจาะดูโครงสร้างรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) พบว่าทำยอดไปได้ถึง 190,277 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 2,288 ล้านบาท (+1.2%)  โดยมีรายละเอียดการเติบโตในแต่ละภาคส่วน ตั้งแต่รายได้จากค่าโดยสารและน้ำหนักส่วนเกินที่ยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ โกยรายได้ไป 155,705 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 0.5 

 

ส่วนรายได้จากกิจการอื่น เช่น ครัวการบินและบริการภาคพื้น สามารถทำรายได้ 11,453 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 5.3 ตามจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินของสายการบินลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และรายได้อื่นๆ เช่น ดอกเบี้ยรับและอื่นๆ ทำรายได้ 5,868 ล้านบาท เติบโตสูงถึงร้อยละ 20.3 สุดท้ายคือรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ ในปี 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 17,251 ล้านบาท ปรับลดลงเพียงเล็กน้อยร้อยละ 0.1 

 

 

🌍 สแกนเส้นทางบิน ยุโรป-ออสเตรเลียรุ่ง เอเชีย-ในประเทศแข่งขันดุ

 

ในปี 2568 การบินไทยให้การต้อนรับผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากปีก่อน  แต่เมื่อแยกย่อยตามเส้นทางบิน จะพบความน่าสนใจของพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเส้นทางยุโรปเป็นดาวรุ่งกวาดรายได้ ซึ่งก็กวาดรายได้ไป 55,841 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 6.1 โดยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารพุ่งขึ้นร้อยละ 15.6 ปัจจัยหลักมาจากการกลับมาเปิดบินเส้นทางมิลาน ออสโล และบรัสเซลส์ 

 

ส่วนเส้นทางออสเตรเลียยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยทำรายได้ 15,297 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 6.2 ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 จากการกลับมาบินเส้นทางเพิร์ทและเพิ่มเที่ยวบินไปซิดนีย์ และในเส้นทางเอเชีย ปี 2568 มีปริมาณคนเพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับหด เพราะแม้จะมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 และมีการเพิ่มเที่ยวบินไปเซี่ยงไฮ้และเดนปาซาร์ แต่รายได้กลับลดลงร้อยละ 3.3 (อยู่ที่ 76,965 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่าและการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด 

 

สำหรับเส้นทางในประเทศที่มีการปรับทัพใหม่นั้น รายได้ลดลงร้อยละ 8.4 (อยู่ที่ 7,602 ล้านบาท) และปริมาณการขนส่งผู้โดยสารลดลงร้อยละ 9.2 จากการปรับเปลี่ยนที่นั่งบนเครื่อง A320-200 และการยกเลิกเส้นทางบินนราธิวาส 

 

🏢 สถานการณ์บริษัทย่อย และบริษัทร่วมทุน

 

ในส่วนของกลุ่มบริษัทเครือข่าย บริษัทย่อยอย่าง บจก. ไทยสมายล์แอร์เวย์ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อลดความซ้ำซ้อน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ได้แก่ บจก. ดอนเมือง อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ตโฮเต็ล, บจก. โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และบจก. ครัวการบินภูเก็ต ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้กำไรส่วนนี้ที่ 34 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่เคยทำได้ 63 ล้านบาท

 

 

✈️ ขุมกำลังฝูงบินปัจจุบัน และแผนรับเครื่องใหม่

 

ณ สิ้นปี 2568 การบินไทยมีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงานทั้งสิ้น 80 ลำ แต่เพื่อรองรับการเติบโต บริษัทฯ มีแผนขยายฝูงบินในปี 2569 โดยเตรียมรับมอบเครื่องบิน Airbus A321neo เพิ่มอีก 14 ลำ เพื่อบินระยะสั้น-กลาง และรับมอบ Boeing 787-9 อีก 4 ลำ เพื่อบินระยะไกล นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจาเช่า Boeing 787-8 อีก 10 ลำ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับมอบกลางปี 2569 เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าที่ปลดระวาง 

 

🌐 แนวโน้มอุตสาหกรรมการบิน และก้าวต่อไปในปี 2569

 

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประเมินว่าอุตสาหกรรมการบินปี 2569 จะโตต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.9 โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิกจะโตโดดเด่นสุดที่ร้อยละ 7.3 ทว่าข้อจำกัดด้านการขาดแคลนเครื่องบินในตลาดโลก จะดันให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) พุ่งสูงถึงร้อยละ 83.8 ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำกำไรของสายการบิน 

 

เพื่อคว้าโอกาสนี้ การบินไทยเตรียมใช้ยุทธศาสตร์ Silk Hub ดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน และเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางบินสู่อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) ในเดือนกรกฎาคม 2569 และโอ๊คแลนด์ (นิวซีแลนด์) ในช่วงปลายปี 2569

 

ปี 2568 จึงถือเป็นปีที่งบการเงินของการบินไทยสะท้อนภาพ “ฟ้าหลังฝน” อย่างเป็นทางการ การกลับมาทำกำไรในระดับ 3 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า สายการบินแห่งชาติพร้อมแล้วที่จะกางปีกแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินโลกอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ

 

และก้าวต่อไปของการบินไทย จึงไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดจากวิกฤต แต่คือการกลับมาทวงบัลลังก์สายการบินชั้นนำ พร้อมความแข็งแกร่งทางการเงินที่สามารถปันผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างภาคภูมิ!

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews