วันนี้ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพร้อม แพทย์หญิงจิตติมา ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และนายธนเดช เพ็งสุข สส.พรรคประชาชน นำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการ และ นายภูมิวิศาล เกษมศุข สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เพื่อแจ้งความเอาผิดคนที่กระทำความผิดในขบวนการทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ เปิดเผยว่า ตามที่ทราบว่ามีการทุจริตยาในโรงพยาบาลทหารผ่านศึกเกิดขึ้น เราไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยหลังจากที่ได้ข้อมูลก็ได้มีการดำเนินการสองส่วนในการตรวจสอบเรื่องนี้ ส่วนแรกคือ ป.ป.ท. ตรวจสอบพยานหลักฐาน ส่วนที่สองคือตั้งคณะกรรมการสอบสวนเบื้องต้นภายในองค์การทหารผ่านศึก โดยพยานหลักฐานไปในทิศทางเดียวกันว่ามีการกระทำความผิดจริง โดยขอเวลาให้เราทำงานในการตรวจสอบเชิงลึกอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะแถลงข่าวความคืบหน้าโดยละเอียดอีกครั้ง
ซึ่งระยะเวลาการทุจริตนั้นมีเวลายาวนานเกือบ 10 ปี โดยขบวนการดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการตั้งแต่ผู้ป่วย ไปจนถึงข้าราชการทหารระดับสูง โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประมาณหลักร้อย โดยความเสียหายมีจำนวนมาก แต่ตนขอตรวจสอบรายละเอียดก่อนจะให้ข้อมูลอีกครั้ง ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
ด้านนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบได้ระดับหนึ่งแล้ว และหากใครที่รู้ตัวว่ากระทำความผิด หากพบว่าเส้นทางการเงินไปถึงใคร ให้เตรียมรับผลของการกระทำไว้ได้เลยอย่างที่ท่านพล.ต.ต.จรูญเกียรติ พูดมาโดยตลอด ทุกครั้งที่ลงไปดำเนินการตรวจสอบจะมีสึนามิตามมา ขอย้ำว่าเส้นทางการเงินไปถึงใคร คุณเตรียมรับได้เลย และในเรื่องนี้ไม่ได้มีผู้ร่วมในขบวนการแค่ 2 -3 คนเท่านั้น ใครที่กระทำความผิดวันนี้ให้รีบเดินเข้ามาหาเราจะดีกว่า
ส่วนทางด้าน ของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวว่า ตอนนี้เราได้มีการประสานงานกับทุกหน่วย ตนจึงมาดำเนินการกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้ข้อมูลในการกระทำความผิด แผนประทุษกรรมต่างๆมาแล้ว และได้มีการทำงานมาในระยะหนึ่งได้ข้อเท็จจริงที่เชื่อว่าการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง
ซึ่งจะมีการดำเนินการกับกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก และจะขยายผลอย่างต่อเนื่อง และจะมีการลงไปสอบพยานต่างๆที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในรูปคดีขอยังไม่เปิดเผย แต่การดำเนินการ เดินไปได้ไกลแล้ว และจะพยายามเอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยความผิดเบื้องต้นในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าข่าย ม.157 แต่หากเป็นคนปกติทั่วไป จะเข้าข่ายความผิดอะไรนั้นต้องพิจารณาเป็นคนๆไป.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews