“อัจฉริยะ” แฉแหลก! ขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ โยงตำรวจ ปอศ. รับส่วยเดือนละ 20 ล้าน แอบอ้างภาพถ่ายคู่เศรษฐา-ชัชชาติ ใช้สร้างความน่าเชื่อถือ? ร้องดีเอสไอ สอบสวนด่วน
วันนี้ (6 ส.ค. 67) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นเอกสาร พยานหลักฐาน แผนผังขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ และให้ปากคำเพิ่มเติมกับนายพงศธร อินอำนวย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และยาเสพติด เกี่ยวกับขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ ขบวนการขายใบกำกับภาษีปลอมรายใหญ่ของประเทศ
ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างถ่ายรูปคู่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. เพื่อนำไปอวดอ้างให้บรรดากลุ่มคนที่กระทำผิดกฏหมายเกิดความเชื่อมั่น พร้อมกับเปิดโปงการรับสินบนของตำรวจ ปอศ. กรณีมีการรับเคลียร์ขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ โดยรองจั๊ว พร้อมพวกและหน่วยงานสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจจราจรกลาง สำนักงาน ปปง. กรมสรรพกร กรมศุลกากร
นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นเปิดโปงขบวนการอาชญากรรมฟอกเงินข้ามชาติรายใหญ่ครั้งแรก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะตำรวจ ปอศ. และในวันนี้ตนได้นำพยานหลักฐานความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้กระทำความผิดมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตรวจสอบและขยายผล อาทิ
แผนผังขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ ขบวนการขายใบกำกับภาษีปลอมรายใหญ่ ขบวนการค้าของเถื่อนและทัวร์จีนเถื่อน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มที่ 1 กลุ่มของนายชาลี นายอาเล็ก ผู้อยู่เบื้องหลัง VCANBUY สองพี่น้องสัญชาติมาเลเซีย มีพฤติการณ์ทำโพยก๊วน ฟอกเงินข้ามชาติ ขายใบกำกับภาษีปลอม ส่วนนายชาลี ลิม (ชาวจีน) เป็นเจ้าของบริษัทรายใหญ่ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ส่วนนายดรีม ทีแคชคาร์โก้ มีพฤติการณ์แอบอ้างว่าตนเองเป็นเลขานุการในองค์ หม่อมเจ้า
ทั้งยังมีการแต่งกายเครื่องแบบข้าราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต เวลาถูกจับจะใช้บัตรที่มีการออกให้ไปใช้เบ่งกับเจ้าหน้าที่ และยังมีการขายสินค้าหลบเลี่ยงภาษี ทำโพยก๊วน มีรถขนส่งที่นำเข้ามาจากประเทศจีนโดยมีการจ่ายสินบน
ขณะที่ในส่วนของเจ๊ทราย ซีวีทีคาร์โก้ มีพฤติการณ์ขนของเถื่อน มีโรงงานอยู่ในซอยเอกชัย 76 และมีตำรวจระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คอยเป็นแบ็คอัพ ส่วนนางแป้ง วีโปรคาร์โก้ มีพฤติการณ์ขอถ่ายรูปคู่กับนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อนำรูปภาพไปโพสต์ลงบัญชีเฟสบุ๊ค แอบอ้างกับเครือข่ายเดียวกัน อาทิ พวกค้าของเถื่อน ขายใบกำกับภาษีปลอม และโพยก๊วน ว่า ตนเองมีความสนิทสนม และเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ
ทั้งนี้ส่วนกลุ่มที่ 2 เจ๊ลี นิวคาร์โก้ ยูนิคาร์โก้ และกลุ่มที่ 3 กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินข้ามชาติ มีเงินหมุนเวียนพันกว่าล้านบาท โดยที่กลุ่มเครือข่ายทั้งหมดนี้ ตนพบพยานหลักฐานว่ามีการจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่ ปอศ. กับรองจั๊ว ซึ่งรองจั๊วถือเป็นสายตรงของผู้การ ปอศ. และผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยที่รองจั๊วและผู้การ ปอศ. จะมีหน้าที่เป็นแบ็คอัพ (Backup) ให้กับขบวนการเหล่านี้ โดยมีการจ่ายส่วยเดือนละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
นายอัจฉริยะ เผยอีกว่า เนื่องด้วยมีการจ่ายสินบนเกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลา 10 ปี จึงทำให้ไม่มีหน่วยงานใดกล้าจับกุมขบวนการพวกนี้ นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มคาร์โก้ ยังได้มีการจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ด่านแหลมฉบัง ด่านมุกดาหาร และด่านคลองเตย มีการจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรส่วนกลางและสรรพากรในพื้นที่
มีการจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ ปปง. มีการจ่ายสินบนเจ้าที่ตำรวจจราจรกลางเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนของหนีภาษีจากท่าเรือมาถึงโกดัง ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรัฐมีจำนวนมากกว่า 100,000 ล้านบาท เพราะขบวนการทั้งหมดนี้ได้ทำมาเนิ่นนานกว่า 10 ปี
นายอัจฉริยะ เผยด้วยว่า พยานหลักฐานสำคัญอีกประการ คือ บัญชีม้าของตำรวจ ปอศ. ที่มีการเก็บส่วยสินบนรายเดือน โดยภายในบัญชีม้ามีการโอนเงินเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งตนมีหลักฐานหมดว่าปลายทางของเงินในบัญชีม้าถูกโอนไปยังบุคคลใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนได้ร้องเรียนเรื่องนี้ให้ดีเอสไอตรวจสอบตั้งแต่ปี 2566
โดยมีการตั้งเลขสืบสวน 118/2566 กรณีบริษัทนอมินีที่มีการรับฟอกเงินจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เว็บไซต์พนันออนไลน์ และขายใบกำกับภาษีปลอม แต่ยังไม่มีการรับเป็นคดีพิเศษ โดยหลังจากนี้ตนจะเข้าให้ปากคำดีเอสไอทั้งหมดด้วยพยานหลักฐานที่มี
รวมถึงในวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) ตนจะไปที่รัฐสภา เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินแก่คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด และวันที่ 8 ส.ค. ตนจะไปดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ทั้งหมดตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับผู้การ
นายอัจฉริยะ เผยต่อว่า ส่วนปลายทางของเงินที่ได้จากการกระทำความผิดล้วนถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปยังต่างประเทศ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินให้นางณิชาภัทร เพื่อให้เป็นบริษัทนอมินี แล้วจึงโอนเงินออกไปยังประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศจีน เป็นต้น ผ่านเหรียญดิจิทัล และ Payment Gateway
โดยวันนี้ตนยังเปิดเผยผังแค่ป้ายที่ 1 ยังเหลืออีก 4 ป้ายที่จะยืนยันชัดเจนว่าตำรวจ ปอศ. ไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับจ่ายสินบน ทั้งนี้ หากทุกคนที่ตนเอ่ยชื่อมาเป็นเรื่องไม่จริง ขอท้าให้ บช.ก. ฟ้องตนได้เลย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews