อัยการ เมืองคอน ถูกจับ มีพฤติการณ์ วิ่งเต้นเคลียร์คดี เรียกเงินแลกไม่ สั่งฟ้อง ได้ประกันตัว วงเงิน 4 แสนบาท
วันนี้ (1 ส.ค ) เวลา 12.00 น. ที่ ตึกพิทักษ์สันติ ชั้น 16 ปปป. พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ได้เปิดเผยถึงประเด็น บุกเข้าจับกุม อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้กลั่นกรอง ภายในห้องทำงานสำนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมของกลางเงิน 150,000 บาท
หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 84/2567 ลงวันที่ 11 ก.ค. 2566 ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวเป็น ความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ช., บก.ปปป., และ สำนักงาน ป.ป.ท. และใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไม่เกินสองสัปดาห์ก่อนเข้าจับกุม ซึ่งอัยการคนดังกล่าวให้ความร่วมมือตลอดทั้งการจับกุม แต่จากการสอบปากคำ อัยการคนดังกล่าวให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเงินที่ได้รับจากผู้เสียหาย จำนวน 200,000 บาท เป็นเงินจากการใช้หนี้ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวไปแล้วโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 400,000 บาท ส่วนการดำเนินคดีตอนนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะรับไว้ดำเนินการเองหรือส่งกลับมาให้ตำรวจดำเนินการสั่งฟ้อง
ยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการไปตามหลักฐานไม่มีการกลั่นแกล้ง ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานร่วมกับอัยการถือเป็นมิตรที่ดีโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นต้องแยกแยะว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับองค์งกร โดยภายหลังการจับกุมก็มีอัยการหลายท่านได้โทรฯมาชื่นชมกับตนว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และแม้แต่อสส. เองก็ไม่ลังเลที่จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ในองค์กร โดยตนก็ยึดกฎหมายและจะดำเนินการให้ความยุติธรรมกับทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยตลอดการทำงานของตนที่ผ่านมาไม่เคยพบเคสอัยการกระทำความผิดในลักษณะนี้
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพฤติกรรมของอัยการคนดังกล่าวมีการกระทำแบบนี้มานานแล้วหรือไม่ หรือมีผู้เสียหายมากกว่านี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ขณะเก็บข้อมูลพยานหลักฐานพบว่า มีประชาชนหลายคนได้เข้าไปคุยกับอัยการคนดังกล่าวในห้อง แต่จะเป็นการพูดคุยในเรื่องอะไรยังไม่ทราบ แต่เบื้องต้นจะมุ่งประเด็นมาที่คดีที่มีผู้ร้องทุกข์ก่อน
จากการตรวจสอบของชุดสืบสวนสอบสวน พบว่าอัยการคนดังกล่าวดำรงตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานจนผิดปกติ ทั้งที่เพื่อนในรุ่นเดียวกันได้รับการเลื่อนตำแหน่งและไปประจำที่จังหวัดอื่น แต่ผู้ต้องหายังคงอยู่ที่เดิม จึงเตรียมตรวจสอบย้อนหลังไปยังคดีต่าง ๆ ที่เคยสั่งฟ้องและสั่งไม่ฟ้องว่ามีความผิดปกติหรือไม่ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเป้าหมายที่อัยการเข้าไปเรียกรับเงินเคลียร์คดี น่าจะมีคนคอยชงเลือกคดีต่าง ๆ มาให้ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews