กองปราบ-กรมขนส่ง ลุยปราบรถเถื่อน วิ่งเกลื่อนเมือง

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

กองปราบฯ ร่วมกับกรมขนส่ง แถลงข่าวปราบรถเถื่อนวิ่งเกลื่อนเมือง พร้อมนำของกลางเป็นรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวนมาก

 

 

 

 

วันนี้ ( 31 ก.ค.67) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแถลงข่าวโเยพล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.คงกฤช พ.ต.ท.อิทธิศักดื์ ค้ำคูณ ชุดวิเคราะห์อาชญากรรมบนทางหลวง, นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมแถลง “ปฏิบัติการปราบรถเถื่อนวิ่งเกลื่อนเมือง”

 

พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า จากสถานการณ์อาชญากรรมปัจจุบันในหลายๆคดีที่ผ่านมา จะสังเกตเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, การลักลอบค้าอาวุธ, การลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าว, การฉ้อโกง หลอกจำนำรถอาชญากรรมมีการใช้รถยนต์ในการกระทำความผิด

 

โดยมีการติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม เพื่อปิดบังอำพรางการกระทำความผิดหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบได้โดยง่าย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. มีนโยบายให้ปราบปรามอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ บก.ทล ซึ่งมีหน้างานเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดบนท้องถนนโดยตรงเป็นกำลังหลักในการตรวจสอบ/ตรวจยึดรถยนต์ และมี บก.ป.ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงสืบสวนขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนถึงขบวนการผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการสวมทะเบียน ป้ายภาษี และคู่มือการจดทะเบียน ก่อนเข้าตรวจค้น บ้านพักแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองเลย จ.เลย พบข้อมูลเลขทะเบียน ข้อมูลป้ายภาษี ข้อมูลยี่ห้อรถยนต์ ข้อมูลตัวถังรถยนต์ จำนวน 2,000 กว่ารายการ ซึ่งเชื่อว่าเป็นข้อมูลเอกสาร ที่มีการปลอมขึ้นมาเพื่อจัดจำหน่ายไปยังลูกค้าที่มีการสั่งซื้อ

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้ตรวจสอบข้อมูลป้ายทะเบียน พบว่า เลขทะเบียนส่วนใหญ่ เป็นป้ายทะเบียน ว่าง ซึ่งไม่มีข้อมูลในระบบของกรมการขนส่งทางบก บางเลขทะเบียนมีการใช้งานกับรถยนต์จำนวนมากถึง 26 คัน จึงได้ประสานข้อมูลกับ บก.ทล. และวางแผนเพื่อติดตามจับกุมปราบปรามทั้งขบวนการ

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สามารถตรวจยึดรถยนต์ได้ทั้งหมด 23 คัน ซึ่งขณะทำการตรวจยึด พบว่ามีการใช้รถยนต์ดังกล่าวในการกระทำความผิดลักษณะต่างๆ เช่น พกพาอาวุธสงคราม, ขนยาเสพติด, ขนแรงงานต่างด้าว เป็นต้น

 

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า ก่อนจะส่งข้อมูลต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อทำการตรวจสอบและสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่าย ผู้กระทำความผิด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์ส่วนใหญ่ มีเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นบริษัทสินเชื่อรถยนต์ (ไฟแนนซ์) โดยผู้ครอบครองได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทไฟแนนซ์ จากนั้นจึงนำรถยนต์ไปจำนำกับผู้รับจำนำ

 

โดยบางส่วนตั้งใจจะขาย ขณะที่บางส่วนก็ถูกผู้รับจำนำเชิดหนีนำรถยนต์ไปขาย และในส่วนของผู้ที่มาซื้อต่อนั้น บางรายก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นรถหลุดจำนำ แต่เนื่องจากเห็นว่าราคาถูกหรืออาจตั้งใจจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด บ้างก็ไม่รู้ว่าเป็นรถยนต์ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ถูกผู้รับจำนำรถย้อมแมวขาย จนคิดว่าเป็นรถที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้รับจำนำรถมีการขายโดยปลอม ทั้งป้ายทะเบียนและคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด

 

รวมทั้งยังขายในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดทั่วไปอีกด้วย จากการสืบสวนขยายผลนำมาสู่การตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด จำนวน 4 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียน/ป้ายทะเบียนภาษีปลอม โดยมีการเข้าตรวจค้นสถานที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ราชบุรี ชัยภูมิ และศรีสะเกษ พร้อมทั้งสามารถตรวจยึดรถยนต์ที่ผิดกฎหมาย ได้เพิ่มเติมอีก 2 คัน

 

พล.ต.ต.คงกฤช เปิดเผยว่า ขณะเดียวกันในห้วงเดือนก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ยังสามารถตรวจยึดรถยนต์ตู้ทึบ ซึ่งภายในมีการบรรทุกรถจักรยานยนต์ จำนวน 7 คัน จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกลักขโมยมาและมีการแจ้งความ ร้องทุกข์ไว้แล้ว ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้สืบสวนขยายผลต่อเนื่อง

 

จนพบความเชื่อมโยงของเครือข่ายขบวนการสักรถจักรยานยนต์รายสำคัญ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุมเพิ่มเติม ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สามารถสกัดจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดใช้รถยนต์ในการลำเลียงยาเสพติด ในเส้นทางทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 197 ราย เป็นยาเสพติดประเภทยาบ้ากว่า 116 ล้านเม็ด, ยาไอซ์ 1,500 กก. และเฮโรอีน 1,000 กก.,

 

ซึ่งสามารถตรวจยึดจับกุมรถสวมป้ายทะเบียนว่าง ได้อีกกว่า 67 คัน ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นป้ายทะเบียนแดงจำนวน 43 คัน และป้ายทะเบียนขาว จำนวน 24 คัน นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวได้ 3,070 รายและจับกุมการกระทำความผิดทางอาญาทั่วไปที่เกิดขึ้นบนท้องถนนได้อีกกว่า 2,298 ราย

 

ขณะที่ นายเสกสม กล่าวว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักมาจากเรื่องของการโอนลอยทั้งนั้น จึงฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ไปรับโอนซื้อรถต่างๆ ขอแนะนำว่าอย่ารับโอนลอย ขอให้มาดำเนินการให้ถูกต้อง ที่กรมการขนส่งทางบกหรือที่สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ เพื่อจะได้ตรวจสอบความถูกต้องของตัวรถและของทะเบียนรถรวมถึงใบคู่มือจดทะเบียนรถ เมื่อมีการโอนเรียบร้อยค่อยจ่ายเงิน

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';