จับคนขับสิบล้อ ลักดูดน้ำมันรถ-บริษัทสูญเงินนับแสน

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

บก.ปทส. จับคนขับสิบล้อลักดูดน้ำมันรถ ริมถนนพุแค โกงเอาน้ำมันทุกวันตั้งแต่เดือน ก.พ. บริษัทสูญเงินนับแสน อ้างทำเพราะเมียท้อง ไม่มีเงินใช้

 

 

 

 

วันนี้ (30 ก.ค 67) พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. นำทีมงานออกสืบสวนกรณีมีขบวนการทุจริตลักลอบดูดน้ำมันบริษัทบรรทุกหินภายในพื้นที่จังหวัดสระบุรีแห่งหนึ่ง โดยขบวนการดังกล่าวนี้ใช้วิธีการดูดน้ำมันออกจากถังน้ำมันรถสิบล้อทุกครั้งที่มีการใช้รถ จนบริษัทได้รับความเสียหายหลายแสนบาท

 

ต่อมา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัณหา สว.กก.4 บก.ปทส. พร้อมทีมงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสระบุรี ได้ซุ่มดูพฤติกรรมการขับรถของรถบรรทุกในพื้นที่ ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จนบุกรวบจับกุมตัว นายปรมินทร์ (สงวนนามสกุล) พนักงานรับจ้างขับรถบรรทุกของบริษัทขนส่งหินแห่งหนึ่ง ได้ที่บริเวณริมถนน ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

 

ขณะที่กำลังเอาสายยางมาถ่ายน้ำมันจากถังน้ำมันรถสิบล้อที่ตนขับ เพื่อขายแล้วเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว โดยใช้โอกาสที่ตัวเองเป็นคนขับรถบรรทุกของบริษัทได้รับความไว้วางใจ และอ้างว่าสาเหตุที่ทำเพราะไม่มีเงินใช้ เมียกำลังท้องอยู่

 

พ.ต.อ.ณัทกฤช กล่าวว่า จากการสอบถามคำให้การ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ให้การว่าทำร่วมกับเพื่อนเป็นขบวนการอีก 3 คน โดยกระทำการในลักษณะเดียวกันนี้มานานแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 จนถึงปัจจุบัน ร่วมกันก่อเหตุโดยแบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มจากแต่ละคนจะลักดูดน้ำมันดีเซลจากรถบรรทุกที่ตนเองขับอยู่

 

ขณะที่ขับรถออกมาจากบริษัทมาจอดริมถนน ครั้งละ 1 ถัง ถังละ 18 ลิตร แล้วนำไปซุกซ่อนรวมกันบริเวณสวนป่าสัก สวนพฤกษศาสตร์พุแคอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เมื่อได้ครบจำนวน 4 ถังแกลลอน ตนกับเพื่อนจะสลับกันนำน้ำมันไปขายที่ร้านค้า รับซื้อน้ำมันในราคา ถังละ 450 บาท เมื่อได้เงินมาแล้ว จะนำมาแบ่งกันโดยวิธีการโอนเงิน หรือให้เป็นเงินสด

 

หลังจากขายน้ำไปแล้ว จะนำถังแกลลอนเปล่ามาซุกซ่อน เพื่อเตรียมให้เพื่อนในกลุ่มอีก 3 คน มาเอาไปดูดน้ำนัน เพราะไม่สามารถเอาแกลลอนเปล่ากลับไปที่บริษัทได้ จนมาถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้ในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. จึงได้ร่วมกันสืบสวนจนพบตัวจึงได้ทำการจับกุมในครั้งนี้ โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด” ก่อนส่งสถานีตำรวจภูธรหน้าพระลาน ดำเนินคดีต่อไป

 

การกระทำในลักษณะนี้ นอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาแล้ว ยังส่งผลต่อความเสียหายต่อยานพาหนะ ที่เพิ่มค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และส่งผลด้านสิ่งแวดล้อม เพราะถังน้ำมันและอุปกรณ์มีการดัดแปลงจนส่งผลต่อมาตรฐานการควบคุมด้านมลพิษของรถ รวมไปถึง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนสำคัญของยานพาหนะแบบไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถยนต์คนอื่นๆ อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';